ฝนหมึกให้เขาพลางพึมพำเบาๆ “ถ้าวันนี้จะขายหน้า ฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนนาย”
น้ำเสียงนี้ราวกับว่าเบื้องหน้าคือถ้ำมังกรแดนเสือ และเขาพร้อมที่จะตายแล้ว “ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ก็บอกคนข้างนอกไปว่า ฉันเป็นคนยุยงให้นายขึ้นเวทีก็แล้วกัน”
หลินจือไป๋หลุดขำ ผมควรจะซาบซึ้งใจ หรือโกรธที่พวกคุณไม่เชื่อใจผมดีนะ?
ชั่วครู่เดียวหมึกก็ฝนเสร็จเรียบร้อย หลินจือไป๋ไม่ได้พูดอะไรออกมา การเขียนอักษรนั้นจำเป็นต้องรวมสมาธิสงบใจ เมื่อวิชาอักษรวิจิตรบรรลุถึงขอบเขตความสมบูรณ์แบบแห่งฟ้าคนหลอมรวมเป็นหนึ่ง หลินจือไป๋แค่ยกพู่กันขึ้น ก็สัมผัสได้ทันทีว่า บริเวณข้อมือคล้ายเปี่ยมล้นไปด้วยพลังวิเศษบางอย่าง!
แน่นอนว่านี่อาจเป็นภาพลวงตา แต่ความรู้สึกที่พู่กันในมือเป็นดั่งส่วนหนึ่งของแขนนั้นกลับหลอกกันไม่ได้
งั้นจะเขียนอะไรดีนะ? จริงสิ หลิวอั้นเขียนบันทึกสิ่งที่พบเห็นในสมัยโบราณ งั้นไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ หวังซีจือก็มีบันทึกเหตุการณ์ในอดีตอยู่บทหนึ่งเหมือนกัน ที่ได้รับสมญานามว่าเป็นอักษรสิงอันดับหนึ่งในใต้หล้าเชียวนะ!
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินจือไป๋ก็เขียนตัวอักษรแรกลงบนกระดาษเซวียนจื่อ!
“永 (หย่ง)”
ทันทีที่ตัวอักษรนี้ปรากฏขึ้น ทางฝั่งคณะตัวแทนเยี่ยนโจวก็มีศิลปินอักษรวิจิตรหัวเราะเบาๆ “อักษรสิงเหรอ ถ้าเขาเลือกเขียนรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่อักษรสิง อีกเดี๋ยวก็คงไม่ถึงกับขายหน้ามากนักหรอก”“ไปท้าชนกับจูเกอชิวเหลียง…”“ผมบอกได้แค่ว่า พ่อ