ารใสไหลเชี่ยวโอบล้อมซ้ายขวา ชักสายน้ำมาลอยจอกสุรา นั่งเรียงรายกันไป แม้ไร้ดนตรีดีดสีตีเป่าอันครึกครื้น แต่หนึ่งจอกหนึ่งบทกวีก็เพียงพอระบายความรูสึกลึกซึ้งอย่างสำราญบานใจ”
นี่คือ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ (Lantingji Xu)! คำว่า “ปีรัชศกหย่งเหอที่เก้า” ภายใต้ปลายพู่กันของหลินจือไป๋ ในโลกนี้ก็มีเช่นกัน แน่นอนว่าไม่เหมือนกับชาติก่อน เพียงแค่ชื่อรัชศกบังเอิญซ้ำกันเท่านั้น ส่วนศาลากล้วยไม้เชิงเขาไค่วจีอะไรนั่น โลกนี้จะมีหรือไม หลินจือไป๋ก็ไม่สนแล้ว การบรรยายบันทึกเหตุการณ์ในอดีตทำนองนี้ โดยเนื้อแท้แล้วก็เหมือนบันทึกประจำวันนั่นแหละ ทุกคนเห็นแล้วก็คงจะเข้าใจไปเองว่านี่เป็นข้อความที่เขาจำมาจากคัมภีร์โบราณสักเล่ม ไม่คิดไตรตรองให้มากความ ซึ่งรวมถึงเนื้อหาที่หลิวอันและจูเกอชิวเหลียงเพิ่งเขียนไปเมื่อครู่ ก็มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ สรุปคือทุกคนไม่ได้สนใจเนื้อหา แต่สนใจที่อักษรวิจิตรต่างหาก!
แล้วตัวอักษรวิจิตรละเป็นอย่างไร?
ทันทีที่คณะตัวแทนหานโจวเห็นหลินจือไป๋เขียนย่อหน้าแรกจบ ปรมาจารย์อักษรวิจิตรทางฝั่งนั้นถึงกับเบิกตากว้างทันที!
“อักษรสิง? ตัวเต็ม!? บันทึกเหตุการณ์ในอดีต!? ฉากหลังสมัยโบราณ!?”
จูเกอชิวเหลียงจงใจเขียนเนื้อหาพู่กันเหมือนกับหลิวอัน! ส่วนเนื้อหาพู่กันของชายหนุ่มคนนี้ แม้จะต่างจากจูเกอชิวเหลียงและหลิวอัน แต่รูปแบบกลับเหมือนกันเป๊ะ! ที่น่ากลัวที่สุดคือตัวอักษรนี้! ตัวอักษรแบบนี้เป็นไป