พียงก้มหน้าดื่มเหล้าอย่างเงียบๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
ในระหว่างนั้น โจวไทยังนำผลงานพู่กันชิ้นเดียวที่หลินจือไป๋ทิ้งไว้ในวันนี้ออกมา และร่วมชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับนักเขียนบางคนที่รักษาความเงียบมาตลอดก่อนหน้านี้
แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “จะว่าไป ผลงานชิ้นนี้ก็มีความดีความชอบของผมอยู่ส่วนหนึ่งเหมือนกันนะครับ!”
“มีความดีความชอบอะไรของคุณ?”
“ผมฝนหมึกให้ไปตี้ไงครับ!” โจวไทกล่าวอย่างเต็มภาคภูมิ
ผู้คนหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง แต่หัวเราะไปหัวเราะมา กลับเริ่มรู้สึกอิจฉา
ถ้ารู้แต่แรกว่าทักษะพู่กันของไปตี้ดีขนาดนี้ ทุกคนต่างเต็มใจจะฝนหมึกให้อยู่แล้ว!
ช่องถ่ายทอดสดออนไลน์ ชาวเน็ตเห็นไปตี้ทิ้งโคลงกลอนบทสุดท้ายไว้แล้วจากไปอย่างสงางาม หน้าจอก็เต็มไปด้วยคำพูดที่ตื่นเต้น ทุกคนต่างตกตะลึง!
‘แผ่นหลังนี้หล่อระเบิดเลย!’
‘นี่สิที่เรียกว่าบดขยี้!’
‘ต่อไปเรียกไปตี้ว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฉินโจว!’
‘นี่ไม่ใช่เจียงเฮอหรือหวงอวี้โหลวแต่งตั้งให้ แต่เป็นพวกเรามหาชน!’
‘โคลงกลอนบทสุดท้ายนั้นอวดเบ่งได้ใจจริงๆ ฉันชอบ!’
‘ฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจแต่รู้สึกตะลึงมาก!’
‘ฮ่าๆ เธอไม่ต้องฟังเข้าใจหรอก แค่นักเขียนพวกนั้นฟังรู้เรื่องก็พอแล้ว’
‘ความหมายคร่าวๆ ก็คือ ข้าน่ะโคตรเจ๋ง โคตรไม่เห็นใครอยู่ในสายตา สวรรค์เรียกตัวไปเป็นขุนนางยังไม่อยากไปเลย’
‘ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการวรรณกรรมอย่างพวกเจ้า คิดจะให้ข้ารับคำขอโทษไว้หน้าพวกเจ้างั้นเหรอ? ฝัน