ไปเถอะ!’
‘พอๆ กับที่ฉันเข้าใจเลย!’
‘ว่าแต่พวกแอนตี้หายไปไหนหมดละ? ไม่มีพวกนั้นมาคอยเถียงด้วยไม่ชินเลยจริงๆ’
‘ขอโทษที ฉันเป็นแอนตี้แต่ตอนนี้เป็นแฟนคลับแล้ว’
‘ไปตี้: ผมไม่รับคำขอโทษ!’
ช่องถ่ายทอดสดเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข!
เหตุการณ์ในวันนี้เรียกได้ว่าไปตี้กวาดแฟนคลับไปได้นับไม่ถ้วน!
ผู้ที่รับชมการถ่ายทอดสดทุกคน สุดท้ายต่างก็ต้องทิ้งคำว่า ‘ยอม’ ตัวโตๆ ไว้
ไปตี้ได้ใช้พรสวรรค์หักกระดูกสันหลังของคู่ต่อสู้ทุกคนอย่างแท้จริง!
ทั้งที่หลินจือไป๋ออกจากงานประชุมกวีนิพนธ์มาแล้ว แต่กลับพบว่ามีช่างภาพคนหนึ่งยังคอยตามถ่ายเขาอยู่ตลอด
เขาขี้เกียจจะขัดจังหวะ จึงเดินออกจากอุทยานอิงเหมยไปทั้งอย่างนั้น ตรงไปยังเฮลิคอปเตอร์ที่จอดอยู่บนสนามหญ้า และสวมแว่นกันแดดอีกครั้ง
“นี่คุณ?” ช่างภาพอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “รอเพื่อนอยู่ครับ”
แม้จะออกจากงานประชุมกวีนิพนธ์มาแล้ว แต่เขาลืมบอกลาโจวไทและคุณยายจ้าว จึงทำได้เพียงรออยู่ที่เฮลิคอปเตอร์สักพัก
จะให้กลับเข้าไปหลังจากเก๊กหล่อออกมาแล้วก็ไม่ได้หรอกจริงไหม สถานการณ์แบบนั้นคงน่าอึดอัดแย่
ที่หน้าประตูมีนักข่าวเฝ้ารออยู่ เมื่อเห็นหลินจือไป๋ออกมาก็อยากจะสัมภาษณ์กันแทบคลั่ง แต่ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่กันเอาไว้
เพราะหากพูดตามหลักการอย่างเคร่งครัดแล้ว งานประชุมกวีนิพนธ์ยังไม่จบ นักข่าวไม่ควรรบกวนอาจารย์ไปตี้
เป็นแบบนี้หลินจือไป๋เล่นโทรศัพท์มือถือ