ารู้ไม่ว่าคำพูดของตัวเองน่าขำยิ่งกว่า ด้วยระดับทักษะพู่กันของคุณ ก็น่าจะอยู่ในระดับที่เคยเรียนพิเศษตอนเด็กแค่ไม่กี่วันเท่านั้น คนในงานนี้ไม่ว่าใครต่างก็ค้นคว้าทักษะพู่กันมาหลายปี คุณจะไปรังแกใครได้ครับ?”
หลินจือไป๋กล่าวเสียงเรียบ “รังแกพวกคุณเพียงพอแน่นอนครับ”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา! คนทั้งงานก็ฮือฮา! ทักษะพู่กันเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เรื่อง กลับกล้าเปิดศึกเยาะเย้ยนักเขียนทุกคน นี่บ้าไปแล้วเหรอ!
ในช่องถ่ายทอดสด ผู้ชมก็เริ่มทะเลาะกันแล้ว แฟนคลับของไปตี้โกรธจนแทบระเบิด:“นักเขียนพวกนี้ไร้ยางอายจริงๆ! เห็นชัดๆ ว่าบทกวีของไปตี้ดีกว่า!”“เธอเอาตาข้างไหนมองว่าดีกว่า ไม่ได้ยินคำตัดสินของทุกคนเหรอ?”“มาตรฐานการตัดสินบทกวีต้องใช้ถ้อยคำหรูหราตั้งแต่เมื่อไหร่?”
แม้หลายคนจะยอมรับว่าบทกวีของไปตี้ดีกว่า แต่เรื่องทักษะพู่กันกลับเป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีอย่างบ้าคลั่ง!
โจวไท่และคุณยายจ้าวต่างก็ร้อนใจแทน นี่ไม่ใช่หาเรื่องใส่ตัวหรอกเหรอ? เพราะทักษะพู่กันของไปตี้ยังขาดความน่าสนใจไปจริงๆ สำหรับนักเขียนในงานประชุมกวีนิพนธ์ที่ศึกษาเรื่องนี้มาตลอดชีวิต ระดับของไปตี้นั้นดูไม่ได้เลย!
เกออูยิ้มเยาะ “อาจารย์ไปตี้ ผมรู้วาคุณรู้สึกไม่สบายใจ แต่ทักษะพู่กันแบบคุณเนี่ย…” ระหว่างที่พูด เกออูก็ชูบทกวีที่หลินจือไป๋เพิ่งเขียนขึ้นมา พลันเรียกเสียงฮาดังสนั่น
หลินจือไป๋ไม่พูดจา เดินกลับไปที่หน้าโต๊ะแล้วหยิบพู่กันขึ้น ทุกคนตะลึง เขา