างนั้นอะไร ก็อย่างนั้นอย่างไรเล่า…” จูเหล่าโถวเห็นนางไม่เข้าใจก็ร้อนใจ “พวกเรายังไม่ได้แยกเรือน พวกเขาก็ซื้อที่ดินของตัวเองแล้ว ถ้าลือกันออกไป สกุลจูของพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“จะเอาไปไว้ที่ไหนได้ ก็ตั้งไว้บนคอเหมือนเดิมนั่นแหละ หรือเจ้าอยากเอาไปวางไว้บนพื้น?”
“พูดอะไรของเจ้า?”
“ข้าไม่พูดอย่างนี้แล้วจะให้พูดแบบไหน?” เย่อวี๋หรานกลอกตา “เจ้าว่ามา เจ้าอยากให้ข้าพูดอย่างไร? ข้าไม่ได้พูดภาษาคนงั้นรึ?”
“เจ้า…” จูเหล่าโถวรู้สึกว่าพูดกันไม่รู้เรื่องก็โมโหขึ้นมา “ข้าพูดเรื่องจริงจังกับเจ้า เจ้ามาพูดเรื่องเหลวไหลพวกนี้ เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่? เจ้าไม่อยากใช้ชีวิตดี ๆ แล้วใช่ไหม?”
“ข้าไม่อยากใช้ชีวิตกับเจ้า แล้วจะทำไม?” เย่อวี๋หรานเชิดหน้า ไม่กลัวเขาสักนิด
จูเหล่าโถวพูดอะไรไม่ออก
เย่อวี๋หรานเห็นว่าเขาไม่พูดจาก็ไม่สนใจเขาอีก สะบัดหน้าเดินจากไปทันที
ก่อนหน้านี้ที่ยังพูดจากับเขาอยู่ก็เพราะทั้งคู่ยังได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน นางไม่สะดวกจะแตกหักกับเขา
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เรื่องที่จูเหล่าโถวนอกใจ คนทั้งครอบครัวรู้กันหมดแล้ว เรื่องที่พวกนางแยกห้องกันนอนก็สามารถทำได้อย่างเปิดเผย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เย่อวี๋หรานยังต้องแสดงละครเป็นเพื่อนเขาต่อไปงั้นหรือ?
ไม่มีทาง
นางอยากทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น เขายังจะทำอะไรนางได้?
จูเหล่าโถวยืนอยู่ข้างหลัง ทั้งโมโหทั้งร้อนใจ แต่กลับทำอะไรไม่ได้
เขานึกเสียใจทีห