รานมองพวกนางแล้วพูดว่า “ข้าล่ะแปลกใจจริง ๆ พวกเจ้าแต่ละคู่เก็บเงินตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปี ยังเก็บเงินซื้อที่ดินสักหมู่ไม่ได้อีกหรือ? ต่อให้ซื้อคนเดียวไม่ไหว เอาเงินมาลงขันกันก็ได้นี่นา พอเก็บเกี่ยวผลผลิตจากที่ดินผืนนั้นมาได้ แต่ละครอบครัวก็เอามาแบ่งกัน เท่านี้ก็ไม่ต้องเอาเข้าส่วนกลางแล้วไม่ใช่หรือ?”
นางกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับไม่คิดว่าเป็นการทำเกินไปหรือจะทำให้คนตกใจเลยสักนิด
ลูกสะใภ้ทั้งหลายชะงัก อะไรนะ?! ทำแบบนี้ได้ด้วย?!
เหล่าลูกสะใภ้สกุลจูสบตากัน กระทั่งบรรดาลูกชายสกุลจูยังหันมามองหน้ากันอย่างอดใจไม่ไหว
ครั้นพูดจบแล้ว เย่อวี๋หรานก็บอกให้พวกเขากลับไปทำงานของตนเอง ถึงเวลารับประทานมื้อเย็นค่อยกลับมาใหม่
เย่อวี๋หรานหอบเงินส่วนของนางกลับเรือนหลังใหม่
จูเหล่าโถวเดินตามหลังมาเงียบ ๆ
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เขาตามมาถาม
“อะไรหมายความว่าอย่างไร?” เย่อวี๋หรานฟังไม่เข้าใจ
“ทำไมเจ้าสนับสนุนให้พวกเขาไปซื้อที่ดินส่วนตัว?” จูเหล่าโถวถาม “ยังไม่ทันแยกเรือนก็แบ่งแยกของเจ้าของข้า มันจะ…อย่างนั้นไปหน่อยไหม?”
แท้จริงแล้ว พอเขาได้ยินว่าพวกลูกสะใภ้ถึงกับออมเงินจนสามารถซื้อที่ดินได้แล้ว ในใจก็คันยุบยิบขึ้นมา
ยังไม่ทันแยกเรือนด้วยซ้ำ ถ้าพวกนางซื้อที่ดินก็ควรมีส่วนของเขาด้วยไม่ใช่หรือ?
เขาเลี้ยงเจ้าลูกชายพวกนั้นมาตั้งหลายปี ไม่ควรตอบแทนสักหน่อย?
“อย่างนั้นอะไร?” เย่อวี๋หรานหันกลับมาถามเขา
“ยังจะอย่