บทที่ 474 แม่นาง เจ้ารอก่อน
จูซื่อเสิ่นเงียบไปอย่างใช้ความคิดแล้วพูดว่า “เกรงว่าเรื่องนั้นคงยังไม่จบ”
“จะจบได้อย่างไร?” จูซานเสิ่นประชด “พี่ใหญ่ทำเรื่องพรรค์นั้น หากเรื่องแบบนี้ไปเกิดกับใครก็คงรับไม่ไหว ด้วยนิสัยของพี่สะใภ้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ลูก ๆ ป่านนี้คงอาละวาดบ้านแตกไปแล้ว”
จูซื่อเสิ่น “…”
“ข้าว่าพี่สะใภ้นั่นแหละที่ขยันสร้างภาระให้ตัวเองเกินไป ตอนที่ยังไม่ส่งเจ้าเจ็ดเข้าสำนักศึกษา นางอยากทำอะไรก็ทำ เป็นอิสระจะตาย ตอนนี้ดีนัก ส่งเจ้าเจ็ดไปเรียนแล้วก็ต้องคอยห่วงพะวง ระวังหน้าระวังหลัง ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิมอีก ถ้าข้าเป็นนาง ข้าคงไม่หาทำเรื่องเช่นนี้หรอก”
จูซื่อเสิ่นคิดในใจ ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่เป็นเพราะไม่มีความสามารถจะทำมากกว่ากระมัง?
ยุคสมัยนี้จะมีคนอย่างหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์สักกี่คนเชียว?
หากมีความสามารถแบบนาง ผู้ใดจะไม่อยากให้ลูกหลานตนเองมีอนาคต?
อีกด้านหนึ่ง หลี่ซื่อเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้วก็นำไปจัดบนโต๊ะอาหารโดยมีสะใภ้อีกสามคนช่วยเหลือ
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาไปเรียกทุกคนมากินข้าวโดยไม่ต้องให้ใครสั่ง
เมื่อเย่อวี๋หรานมาถึงก็พบว่าจูเหล่าโถวไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ “ปาเม่ย พ่อเจ้าเล่า?”
จูปาเม่ยส่ายศีรษะ “ไม่รู้เจ้าค่ะ ท่านพ่อกลับเรือนหลังใหม่ไปกับท่านนี่เจ้าคะ?”
ครั้นนึกถึงว่าเมื่อครู่ตนเองเพิ่งทะเลาะกับเขาไป เย่อวี๋หรานก็พอจะเดาได้ “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บอ