ายังไม่สามารถดูแลเครือข่ายโรงภาพยนตร์ได้ คุนเผิงยังพัฒนาไปไม่ถึงขั้นนั้น
เอาเป็นว่าคิดก่อนว่าจะเข้าร่วมหุ้นกับเทียนกวงทีวีได้ยังไงก็แล้วกัน หลินจือไป๋รู้สึกว่าเรื่องนี้มีโอกาสสำเร็จไม่ยากนัก หนึ่งคือมีซูฉานเป็นผู้นำในการเจรจา สองคือคุนเผิงมีชื่อเสียงด้านผลงานละครโทรทัศน์และรายการวาไรตี้เป็นใบเบิกทาง!
การที่คุนเผิงเข้าร่วมกับเทียนกวงทีวี ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเทียนกวงทีวีเช่นกัน
ซูฉานกล่าว “เรื่องเครือโรงภาพยนตร์ฉันจะช่วยคุนเผิงดูการให้ทีหลัง แต่เรื่องสถานีโทรทัศน์นี้ฉันจำเป็นต้องระมัดระวัง คุนเผิงคงไม่พยายามพลิกจากผู้ร่วมทุนกลายเป็นเจ้าของหรอกใช่ไหม? ขอโทษด้วยนะ วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่อยากพูดจาอ้อมค้อม ฉันต้องการให้คุนเผิงให้คำมั่นสัญญาว่า ตราบใดที่ฉันไม่ละเมิดผลประโยชน์ทางการค้าของคุนเผิง ต่อไปคุนเผิงจะต้องสนับสนุนให้ฉันเป็นประธานกรรมการของเทียนกวงเท่านั้น รายละเอียดปลีกย่อยเราต้องลงนามในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร”
“แน่นอนครับ”
ซูฉานกลัวว่าจะเป็นการเชิญหมาป่าเข้าบ้าน และจะมีข้อพิพาทเรื่องหุ้นกับคุนเผิงในอนาคต แต่สำหรับหลินจือไป๋ แค่ได้ร่วมหุ้นในเทียนกวงทีวีก็เพียงพอแล้ว โดยมีหุ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขายังไม่ได้คิดจะรวบซื้อกิจการทั้งหมดในภายหลังเลยจริงๆ เว้นแต่ซูฉานจะยินดีขายเอง
เหมือนกับหลี่อวี๋ไลฟ์ คุนเผิงสตูดิโอถือหุ้นอยู่สูงมาก แต่หลินจือไป๋ไม่เคยคิดจะเข้าครอบครอง