การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ดีอยู่แล้ว นอนรอรับเงินทุกปีไม่ดีกว่าเหรอ ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ซูฉานจ้องมองหลินจือไป๋ “เพราะงั้นคุณมีอำนาจตัดสินใจเหรอ?”
หลินจือไป๋ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ก็ถือว่าใช่ครับ ไม่ต้องลองเชิงผมแล้ว อย่างน้อยวันนี้ผมก็สามารถเป็นตัวแทนของคุนเผิงได้”
ซูฉานไม่ได้พูดอะไรต่อ วันนี้หลินจือไป๋ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้กับเธอ นั่นคือหลินจือไป๋มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของคุนเผิงได้ สิ่งนี้ทำให้เธอคิดไปต่างๆ นานา หรือบางที…
เบื้องหลังของคุนเผิงจะมีเจ้าของมากกว่าหนึ่งคน? และหลินจือไป๋อาจจะเป็นหนึ่งในเจ้าของคุนเผิง หรือเป็นหุ้นส่วนอะไรทำนองนั้น?
เป็นเช่นนี้เอง หนึ่งวันต่อมา หลินจือไป๋ในฐานะคนรุ่นหลังได้เดินทางไปยังตระกูลซูเพื่อไว้อาลัยซูติ้งปัว การเดินทางครั้งนี้ของเขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก เพราะซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของวงการบันเทิงมากันเกือบทั้งหมด
แม้กระทั่งหลินเจามูคุณปู่ของหลินจือไป๋ และหยิ่นเทียนโฉวประธานนาเซินกรุ๊ป ก็ยังมาไว้อาลัยด้วย หลังจากไว้อาลัย หลินจือไป๋กับเจียงเฉิงได้พบกันอีกครั้ง
เจียงเฉิงยิ้มกล่าว “เทียนกวงทีวียินดีให้เราเข้าร่วมหุ้นครับ แต่เงื่อนไขเฉพาะยังอยู่ระหว่างการเจรจา น่าจะมีการต่อรองกันอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้มีปัญหาที่น่าปวดหัวมากคือ เราไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าร่วมครับ”
“กู้เงินจากธนาคารเลยครับ” หลินจือไป๋กล่าว “เอาหุ้นมาก่อนแล้วค่อยว่าก