ดียวต้องแลกมาด้วยการแพ้สามครั้งติดเดือนนั้นผมไม่น่าปล่อยเพลงเลย
เฮ้อตอนนี้พวกเราถือเป็นเพื่อนกันไหมครับอาจารย์ไปตี้…”
“เป็นสิครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าวโจวหานจิ้นดีใจ
“ถ้านับเป็นเพื่อนกันคุณว่าคุณควรชดเชยความเสียหายทางจิตใจให้ผมหน่อยไหม?”
“นายเมาจริงๆ เหรอ?”
จางซีหยางมองโจวหานจิ้น “ฉันว่าสมองนายยังปลอดโปร่งอยู่นะ”
เรื่องความเสียหายทางจิตใจอะไรนั่นที่แท้จริงแล้วก็คือการบอกเป็นนัยของโจวหานจิ้น
ทุกคนต่างก็ฟังออกว่าราชาเพลงโจวคนนี้กำลังยืมเหล้าขอเพลงอยู่ต่างหากน่าจะเป็นเพราะปกติไม่กล้าเสียหน้า?
“พูดอย่างนั้นก็ถูก”
โจวหานจิ้นพึมพำอ้อมแอ้ม “อาจารย์ไปตี้ก็เคยพูดว่าจะแต่งเพลงให้พวกเราอยู่แล้วนี่”
“ผมเคยพูดไว้ครับ”
หลินจือไป๋จำเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
หลี่เชียวที่คอยดูแลโจวหานจิ้นอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นทันที
“ที่จริงช่วงนี้ฉันกับเหล่าโจวค่อนข้างกังวลเทศกาลตรุษจีนใกล้จะมาถึงแล้วใช่ไหมละคะ
ทีมผู้กำกับต้องการให้เราสองคนร้องเพลงรักคู่กันแต่ยังหาเพลงที่เหมาะสมไม่ได้เลยถ้ายังกำหนดเพลงไม่ได้ก็ลำบากแล้วละคะ…”
“รีบมากเลยเหรอครับ?” หลินจือไป๋ถาม
“ค่อนข้างรีบค่ะ”
หลี่เชียวมองโจวหานจิ้นถ้าไม่รีบจริงๆ เจ้าคนที่ชอบรักษาหน้าอย่างโจวหานจิ้นคงไม่เปิดปากขอเพลงจากไปตี้หรอก
ยังไงก็โดนไปตี้อัดเละในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมาไม่น้อย
“ได้ครับ”
หลินจือไป๋ถาม “ใครมีกระดาษกับปากกาบ้างครับ?”
บรรดาผู้คนในงานเลี้ยงต่างก็ตะลึงงันไป