“เช่นนั้นย่อมได้ ต้องรบกวนท่านแล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าว “เมื่อถึงเวลาที่ข้าทำบางอย่างออกมาได้แล้ว ถึงตอนนั้นจะเชิญท่านไปลองชิมดูว่าเป็นอย่างไร”
“หืม ของกินหรือ? นี่ไม่ได้เป็นสมุนไพรหรือ?” กานอี้เซียนสงสัย
แต่เขาก็นึกได้ในทันทีว่าจูต้าเหนียงมีนิสัยชอบเอาสมุนไพรไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกถึงเพียงนั้น
เย่อวี๋หรานยิ้มและพูดว่า “ใช่ เพราะสมุนไพรก็เป็นของกิน ข้าจึงใส่มันลงไปในอาหารด้วย ท่านไม่รู้สึกหรือว่าเครื่องเทศบางอย่างใส่ลงไปในของกินแล้ว ทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้น?”
“อาหารที่จูต้าเหนียงทำก็อร่อยจริง ๆ” กานอี้เซียนยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
“เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ทั้งไม่ทำร้ายร่างกาย ทั้งทำให้อร่อยขึ้น แล้วทำไมจะไม่ทำเล่า?”
“ต้องพึ่งจูต้าเหนียงแล้ว ครั้งนี้ข้าก็ยังได้กินของอร่อย ๆ เช่นนั้นข้าขอตัวไปช่วยท่านหาของก่อน” กานอี้เซียนประสานมืออำลา และปีนข้ามกำแพงไป
การค้าของพวกพี่เป้าที่ตำบลเป็นไปได้ด้วยดี
แม้ว่าเย่อวี๋หรานจะไม่ได้ไปอีก แต่เจี่ยงโหย่วเซิงก็จะมาหาทุกวันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการค้าในตำบล
สินค้าขายได้ทุกวัน เอาราคาต่อหน่วยคูณกับปริมาณสินค้าก็จะสามารถคำนวณออกมาคร่าว ๆ ได้ว่ามูลค่าการซื้อขายต่อวันคือเท่าไหร่
รายได้มากรายได้น้อย หลังจากผ่านไปสิบวันก็ตรวจสอบบัญชีได้แล้ว
เมื่อพูดถึงเรื่อง ‘ตรวจสอบบัญชี’ ต้องบอกว่าคนของพี่เป้ามีความสามารถมาก มีผู้ตรวจสอบบัญชีตัวจริงคนหนึ่