“โจวไท่ได้คะแนน!”
กรรมการทั้งสามสบตากัน เห็นพ้องว่าโคลงรองนี้ไร้ที่ติ
เวลานี้เองหลินจือไป๋ก็กดปุ่มบนโต๊ะเช่นกัน ทำให้ในงานฮือฮาทันที!
“ใช้ได้!”
“ไปตี้เจ๋งมาก!”
“เสียดายช้ากว่าโจวไท่ไปก้าวหนึ่ง”
“ยังไงโจวไท่ก็เป็นปรมาจารย์โคลงคู่ตัวท็อปนี่นะ”
“ไปตี้ตามหลังมาติดๆ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”
“จะต่อได้ไหม?”
“ความหมายสอดรับกันแล้ว สองตัวท้ายยังต้องเป็นชื่อบุคคลในยุคโบราณอีก นี่แหละจุดที่ยากที่สุดของโคลงต้นบทนี้”
ท่ามกลางความฮือฮา หลินจือไป๋เอ่ยว่า
“เช้านี้ส่องกระจกเห็นเหยียนหุย”
ผู้ชมชะงักไป คณะกรรมการทั้งสามก็อึ้งตะลึง
วินาทีถัดมาเป็นเสียงปรบมือกึกก้องทั่วทั้งหอประชุม!
“หลินจือไป๋ได้คะแนน!”
คุณยายจ้าวยิ้มเอ่ยว่า
“ควันหมอกเคาะกระดานค้นหาจื่อลู่ เช้านี้ส่องกระจกเห็นเหยียนหุย โคลงรองบทนี้เข้าคู่กันมากกว่าของอาจารย์โจวไท่ซะอีก เพราะจื่อลู่เป็นศิษย์ของขงจื่อ เหยียนหุยก็เป็นศิษย์ของขงจื่อเหมือนกัน…”
โจวไท่ยิ้มแหย เดิมคิดว่าตัวเองได้คะแนนนำไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะต่อได้ดีกว่าตน!
‘จื่อลู่เข้าคู่เหยียนหุย’ ช่างยอดเยี่ยม!
เหยียนหุยเป็นศิษย์ของขงจื่อ อีกทั้งชื่อยังสื่อความหมายถึงใบหน้าที่คืนความอ่อนเยาว์ เข้าคู่กับ ‘เช้านี้ส่องกระจก’ ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว!
ในใจของเจียงเทาขมขื่นแต่ปากก็จำต้องยอมรับว่า
“เข้าคู่ได้ดี”
ต่อมามีปรมาจารย์โคลงคู่อีกสองท่านต่อออกมาได้ แต่น่าเสียดายที่มาตรฐานยังด้อยกว่าโค