แม้แต่พิธีกรเองก็เผลอหลุดปากออกมาว่า
“ถ้างั้นความหมายของคุณหลินจือไป๋คือไม่ใช่ว่าคุณตอบห้าข้อหลังไม่ได้ แต่จงใจไม่ตอบเพื่อเลี่ยงข้อครหางั้นเหรอคะ?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ”
หลินจือไป๋มองไปทางคณะผู้แทนวิทยาลัยศิลปะฉินโจวแล้วว่า
“อย่างน้อยห้าข้อแรกก็เพิ่งออกสดๆ ถ้าผมตอบได้ก็คงไม่มีใครสงสัยว่าห้ายอดฝีมือโคลงคู่กับผมร่วมมือกันโกงน่ะครับ”
“เธอตอบได้ทั้งหมดจริงเหรอ?”
กรรมการสวมแว่นทนไม่ไหวเอ่ยอ่านโคลงต้นข้อที่หก
“ชูๆ ใสหนึ่งจอก คลายคลาย คลายกระหายของยอด!”
หลินจือไป๋ตอบทันควัน
“บทกวีห้าคำ เผยเผย เผยเผยฝีมือท่านผู้ถวาย”
สีหน้ากรรมการสวมแว่นเปลี่ยนไปแล้ว รีบอ่านข้อที่เจ็ดต่อ
“หกสิบบานซ้ำ เติมอีกยี่สิบเอ็ดวสันต์!”
หลินจือไป๋รับทันที
“เจ็ดสิบฉลองคู่ ภายในเพิ่มอีกหนึ่งวสันต์”
ชายชราสวมหมวกกลมก็ทนไม่ไหวพูดข้อที่แปด
“ไม่ใหญ่ครึ้มชอุ่มสนอู่ถงหลิว!”
หลินจือไป๋ตอบฉับพลัน
“สายน้ำพรั่งพรู แม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบ มหาสมุทร”
“ภูผาทับถม เขียวชอุ่ม เขาสลับซ้อน เนินน้อยใหญ่!”
คราวนี้เป็นคุณยายจ้าวอ่านโคลงข้อที่เก้าที่ทำให้ใครหลายคนจนมุมมาแล้วนับไม่ถ้วน
หลินจือไป๋ไม่ปล่อยให้ขาดจังหวะ
“สายน้ำคดเคี้ยว ใสสะท้อน น้ำใสเวียนวน โค้งอ้อยอิ่ง”
คุณยายจ้าวตบโต๊ะดังฉาด
“หนึ่งตำบลสองลี้ รวมสามท่านครู ไม่รู้สี่คัมภีร์ ห้าพระเวท หกศิลป์ ยังสอนศิษย์ เจ็ดแปดเก้าอวดกล้า สิบส่วนเกินพอดี!”
โหดเอาเรื่อง หลินจือไป๋อยากจะรับด้วย ‘ส