ิบเรือนเก้าจนรวมได้แปดตำลึงเจ็ดเฟื้องหกไพห้าสตางค์สี่อัฐยังสามจิตสองใจต่ำชั้นหนึ่งเดียว’
แต่พอคิดอีกทีก็เห็นว่าไม่เหมาะจะหลุดบทไป เขากะพริบตาเล็กน้อย
“สิบกองทัพ เก้าขุนพล ครองแปดนคร เฝ้าเจ็ดปี หกเดือน ห้าวัน กลับพ่าย สี่สามสองอุบาย เพียงหนึ่งกลยุทธ์ ตีถึงใจ”
พอเอ่ยถึงคำว่า ‘ตีถึงใจ’ หลินจือไป๋ก็ใส่น้ำหนักเสียงลงไปเล็กน้อย
และทันทีที่หลินจือไป๋รับท่อนสุดท้ายจบ ทั้งงานก็ฮือฮาขึ้นอีกครั้ง!
“เชี่ยเอ๊ย!”
“ป่าช้าชัดๆ!”
“นี่มันเทพชนเทพชัดๆ!”
“พระเจ้า!”
“หลินจือไป๋ตอบได้ครบหมดเลย!”
“ไม่คลาดเคลื่อนสักนิดเดียว!”
“ที่แท้เขาก็จงใจทำแค่ห้าข้อแรก!”
“ที่แท้โคลงต้นทั้งสิบบทเขาก็ตอบได้หมดเลย!”
“แกล้งอ่อน?”
“นี่ตรงไหนเรียกว่าแกล้งอ่อนกัน!”
“นี่มันตบหน้าฝั่งวิทยาลัยศิลปะฉีโจวชัดๆ!”
“ให้พวกเขาสงสัยกันเข้าไป!”
“ข้าก็แค่เล่นสนุก!”
ทุกคนตะลึงงัน บ้างก็ร้องลั่น บ้างก็สูดลมหายใจเฮือก!
เจียงเทามึนงง!
ตนกลายเป็นใบไม้ประกอบไปอีกแล้ว อีกทั้งยังสีเขียวเข้มสุดๆ เลยด้วย!
เจียงเทาเห็นแม้กระทั่งสาวสวยที่เคยแอบชอบตน ถึงขั้นออกหน้าตั้งคำถามแทนเขาว่ามีการบอกโจทย์ให้ไปตี้หรือไม่
ตอนนี้กลับยืนเหม่อมองหมอนั่น ดวงตาเปล่งประกายแวววับเต็มไปด้วยความชื่นชม!
ตนมันตัวประกอบชายยอดเยี่ยมไปเลย!
ส่วนกรรมการทั้งสามก็ได้แต่มองหลินจือไป๋อย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งเก่งทั้งกร่างเกินไปแล้ว!
ห้ายอดฝีมือโคลงคู่ถึงกับเ