ในไลฟ์สดออนไลน์ชาวเน็ตเองก็ลุ้นกันอยู่
‘ไม่รู้ว่าไปตี้จะเข้ารอบได้ไหมนะ’
‘รอบแรกทำไว้ดีขนาดนั้น รอบสองคงเข้ารอบสบายๆ จริงไหม?’
‘ไม่แน่หรอกเพราะประเภทโคลงคู่มีหลายแบบ บางคนถนัดโคลงกลแต่ไม่ได้ถนัดประเภทอื่นๆ…’
‘เป็นไปได้ว่าบท เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาว เฝ้าเดียวดายไร้คู่ ในรอบแรกนั้นบังเอิญตรงกับแบบที่ไปตี้ถนัดที่สุดพอดี’
‘อย่างนี้นี่เอง’
‘ถ้าอย่างนั้นก็ดูน่าหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน’
‘กล้องแพนไปที่ไปตี้แล้ว!’
‘หืม?’
‘เขาไม่ค่อยขยับพู่กันเขียนเลย หรือว่าจะคิดไม่ออก?’
‘คราวนี้ไม่มีข้อพิเศษที่แต่งแค่บทเดียวก็เข้ารอบด้วยนะ!’
บริเวณกรรมการ คุณยายจ้าวยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“พวกคุณเดาสิว่ารอบนี้เจียงเทาจะแข็งกว่า หรือหลินจือไป๋จะทำได้ดีกว่ากัน?”
“หลินจือไป๋”
ชายชราสวมหมวกตอบทันควัน
ชายชราสวมแว่นยิ้มพลางกล่าวว่า
“ฉันก็เทใจให้หลินจือไป๋มากกว่า เด็กคนนี้กิริยาสง่างามน่าเกรงขาม”
อีกด้านหนึ่งยอดฝีมือโคลงคู่ทั้งห้าผู้ร่วมออกโจทย์ก็พูดคุยกันอยู่
“โจทย์ที่พวกเราออกนี่ความยากไม่ธรรมดาเลยนะ”
“ยังไงก็เป็นรอบที่สองต้องเพิ่มระดับความยากขึ้นอยู่แล้ว”
“อีกอย่างโจทย์ของอาจารย์กรรมการทั้งสามท่านก็ยากไม่น้อยไปกว่าของพวกเราเลย”
“ฉันว่าครั้งนี้นักศึกษาส่วนใหญ่น่าจะตกรอบกันเยอะนะ”
“คนที่เหลืออยู่เท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติมาลองวัดกับพวกเราได้บ้าง”
“ถึงตอนนั้นพี่ๆ ก็อย่าพลาดท่าเสียทีให้กรรมการทั้งสามเห็นเป็นเรื่องขำเอาละครับ”