“วางใจได้ สนใจแค่หลินจือไป๋กับเจียงเทาก็พอ”
“เจียงเทาฝีมือไม่เลวแต่คงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา”
“ส่วนหลินจือไป๋คนนั้นฉันยังอ่านไม่ขาด ไม่รู้ว่าบทในรอบแรกแค่เข้าทางเขาพอดี หรือว่าเขาแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ กันแน่”
“หมดเวลาแล้ว”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เวลารวบกระดาษคำตอบของรอบสองก็มาถึง
กระดาษคำตอบของผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าสิบสองคนถูกเจ้าหน้าที่เก็บไปส่งให้กรรมการทั้งสามท่านเรียบร้อย
กรรมการทั้งสามเริ่มตรวจทานให้คะแนน
“แย่แล้ว”
“ตกรอบไปเยอะเลย”
“เพราะระดับความยากเพิ่มขึ้นชัดเจนนี่แหละ”
“หืม?”
“เจียงเทาคนนี้ไม่เลว ตอบมาได้หลายบทเลย ถึงจะมีสองบทที่ยังไม่ประณีตนักแต่ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ได้”
“แล้วหลินจือไป๋ละ?”
“ฉันยังไม่เห็นกระดาษของเขาเลย”
“เจอแล้ว!”
ชายชราสวมแว่นเจอกระดาษคำตอบของหลินจือไป๋ จู่ๆ คิ้วกลับขมวดขึ้นมา
“นี่มันอะไรกัน?”
“หลินจือไป๋ตอบแค่ห้าบทอย่างงั้นเหรอ?”
ชายชราสวมหมวกก้มชะโงกมาดูด้วยก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
“หลินจือไป๋คนนี้น่าสนใจจริงๆ”
คุณยายจ้าวชำเลืองดูคำตอบ ทันใดนั้นพลันหรี่ตาลง
หลังจากรอคอยครู่หนึ่งในที่สุดผลก็ประกาศออกมา!
เมื่อพิธีกรได้รับผลการตัดสินก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือด ผลรอบคัดเลือกครั้งที่สองก็มาอยู่ในมือฉันแล้วค่ะ”
“รอบนี้มีผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้นห้าสิบสองคน แต่สุดท้ายมีเพียงสิบเอ็ดคนที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้”
“ต่อไปนี้ฉันจะประกาศร