สิ่งที่หลินจือไป๋ทำนั้นถือเป็นทางสายแข็ง
เขาไม่อาจพิสูจน์ได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เผยโจทย์ล่วงหน้า
เช่นเดียวกับฝ่ายตั้งข้อสงสัยก็พิสูจน์ไม่ได้ว่ามหาวิทยาลัยเปิดเผยโจทย์
งั้นก็เปิดโหมดดุดันไปเลย แต่งโคลงรองสิบบทรวดเพื่อโชว์ฝีมือทางวรรณศิลป์ให้เป็นที่ประจักษ์
วิธีแก้เกมเรียบง่ายแต่รุนแรงยิ่ง
เพราะเมื่อหลินจือไป๋เผชิญข้อกังขาสิ่งที่ต้องการไม่ใช่หลักฐาน
อย่างไรของแบบนี้ก็เอามายืนยันไม่ได้อยู่แล้ว
เขาแค่ใช้วิธีนี้ทำให้ผู้ชมเชื่อตัวเองก็พอ
ในตอนนี้ความเงียบกลับดังกว่าเสียง หลินจือไป๋ถามคนตั้งข้อสงสัยเพียงประโยคเดียวว่า
“ยังเอาอีกไหม?”
ผู้ชมกลับเข้าใจได้เองว่าไปตี้กำลังสื่อว่าฉันมีพรสวรรค์ขนาดนี้ ยังต้องให้มหาวิทยาลัยช่วยเผยโจทย์ล่วงหน้าอีกเหรอ?
โคลงต้นแบบนี้ฉันแต่งโคลงรองได้ทีเดียวไม่ใช่แค่สิบบท!
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าหลินจือไป๋ทำสำเร็จ
ผู้ชมได้ตัดสินด้วยใจจากการกระทำจริงของหลินจือไป๋เรียบร้อยแล้ว
ด้านล่างเวทีฮือฮาแตก!
ในไลฟ์ก็เดือดพล่าน!
‘ขอถามหน่อยวิทยาลัยศิลปะฉีโจวยอมรับหรือยัง!’
‘สะใจ!’
‘ฉันชาไปทั้งตัวแล้ว!’
‘โคตรเทพ!’
‘พรสวรรค์ของไปตี้สูงแค่ไหนกันแน่เนี่ย!’
ฝีมือระดับนี้ของไปตี้ยังต้องให้มหาวิทยาลัยเผยโจทย์ล่วงหน้าอีกเหรอ?
‘ก็เหมือนบอกว่ามีคนไปขโมยของในซูเปอร์ทั้งที่เขาเป็นมหาเศรษฐีแสนล้าน ต้องขโมยด้วยเหรอ?’
‘ตรรกะยังไม่แน่นพอมหาเศรษฐีแสนล้านอาจจะมีนิสัยประหลาดๆ ก็ได้นะ แต่ความหมายโดย