ว่า “บนภาพมีดอกบัว ภาพวาดภิกษุ”
โอ้โห!
โคลงคู่แบบย้อนอ่าน!
ที่เรียกว่าโคลงคู่แบบย้อนอ่านก็คือโคลงต้นบทนี้ไม่ว่าจะอ่านจากหน้าหรืออ่านกลับหลัง เสียงอ่านก็เหมือนกันทุกประการ!
คราวนี้ระดับความยากเพิ่มขึ้นอีกแล้ว!
พวกผู้เข้าแข่งขันต่างขบคิดกันสุดกำลัง เพื่อเข้ารอบชิงชงโคลงต้นที่ยากที่สุดที่ตัวเองจะงมได้ออกมา!
ขณะที่ผู้ชมเริ่มถกเถียงกัน เสียงบิ๊บดังขึ้น หลินจือไป๋กดปุ่มก่อนพูดอย่างใจเย็นว่า
“ในห้องหนังสือมีจารึก หนังสือบัณฑิต”
จริงๆ แล้วมีโคลงรองที่ดีกว่านี้กล่าวว่า “คัดตามต้นฉบับสมัยฮั่น หอขุนนางอักษรเขียน” แต่เสียดายที่โลกนี้ไม่มีราชวงศ์ฮั่น หากหลินจือไป๋ใช้บทนั้นคงกลายเป็นเรื่องตลก
จึงเลือกใช้โคลงรองที่รองลงมาแทน ถึงอย่างนั้นหลินจือไป๋ก็ทำเอาผู้ชมตะลึงได้อยู่ดี!
โคลงรองบทนี้ก็เป็นแบบย้อนอ่าน อ่านตรงหรืออ่านย้อนก็ไม่มีปัญหาเลย!
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็พากันตกตะลึงเช่นกัน
แม้แต่ปรมาจารย์โคลงคู่ทั้งห้าก็ยังถึงกับปวดหัว…
ไว!
หมอนี่ตอบสนองไวเกินไปแล้ว!
ในบรรดาปรมาจารย์โคลงคู่อีกไม่กี่ท่าน แม้จะมีคนต่อขึ้นมาได้แบบพอถูไถ
เช่นโจวไท่ต่อว่า “เขียนคัมภีร์ใหม่ หนังสือใจโลหิต”
แต่ทั้งในด้านความเร็วและคุณภาพก็ยังเป็นรองไปตี้อยู่เล็กน้อย!
ความจริงโจวไท่เริ่มเหงื่อซึมเล็กน้อยแล้ว หลินจือไป๋นี่ร้ายกาจเกินไปแล้ว กดหัวเราได้ทุกครั้งเลย!
ถึงขั้นว่า… โจวไท่ต่อโคลงหลายบทมานี่ก็แอบรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ใต้เ