ารเข้ารอบแล้ว
ทางฝั่งตัวแทนนักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฉีโจว เจียงเทาก็กำลังทำโจทย์เช่นกัน หลังจากต่อกลอนได้ติดกันหลายข้อ เจียงเทาก็สะสมคะแนนพอที่จะเข้ารอบแล้ว จึงหันไปมองข้อพิเศษข้อสุดท้าย
“เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่”
แน่นอนว่าเจียงเทาอยากทำข้อพิเศษให้ได้ เพราะสำหรับเขานอกจากข้อนี้แล้วข้ออื่นแทบไม่มีความท้าทายใดๆ เลย แต่ความยากของโจทย์ข้อนี้เขาชำเลืองมองปราดเดียวก็ดูออก
“ถ้าให้เวลาหน่อยน่าจะคิดออก…” เจียงเทาขมวดคิ้ว
ภายในสิบนาทีสั้นๆ เขายังหาทางเข้าคู่วรรคล่างที่แม่นเป๊ะไม่ได้ เขานั่งขบคิดอย่างหนัก ไม่นานนักเวลาสิบนาทีสำหรับรอบคัดเลือกก็สิ้นสุดลง
พิธีกรกล่าวว่า “ครบสิบนาทีแล้ว ขอให้ทุกท่านวางมือ ต่อไปจะเชิญคณะกรรมการสามท่านตรวจว่ากลอนวรรคล่างของแต่ละคนผ่านเกณฑ์หรือไม่”
กรรมการทั้งสามล้วนมีอายุมาก ชายชราสองคนและคุณยายใส่แว่นอีกคนหนึ่ง ดูก็รู้เลยว่าเชี่ยวชาญระดับสูง กระทั่งแฝงกลิ่นอายน่าเคารพนับถือ
บรรดานักศึกษาทยอยวางพู่กันลง บางคนยิ้มอย่างมั่นใจ บางคนส่ายหัวอย่างจนใจ
เจียงเทามองข้อสุดท้ายแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ผ่านไปสิบนาทีเขาก็ยังหาทางแก้โจทย์ไม่เจอ หมดสิทธิ์ฉายแสง…
ถ้าทำโจทย์ข้อนี้ได้เขาต้องโดดเด่นที่สุดในฮอลล์นี้แน่นอน! เพราะเจียงเทามั่นใจอย่างยิ่งว่านอกจากตัวเขาเองที่ยังพอมีหวังตอบข้อสุดท้ายได้แล้ว คนอื่นๆ ไม่มีทางเลย!