”
“สิบตัว”
“มองเผินๆ ก็ไม่ยากนะ”
“เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่”
“แนวคิดเหมือนจะไม่ยากเท่าไหร่ ‘เรือนร้างวังวายยังซื่อสัตย์ไม่แปรผัน’ ใช้ได้ไหม?”
“เหอะๆ ไม่พูดถึงวาระดับเสียงไม่ตรงกัน การจับคู่ก็ยังฝืนๆ เธอไม่สังเกตเหรอว่าตัวอักษรทุกคำในโคลงต้นนี้มีส่วนประกอบเป็นหลังคาอยู่ด้วย (宀)!”
“หือ!”
“จริงด้วย!”
“แบบนี้ใครจะต่อได้ละ!”
ผู้ชมในฮอลล์และหน้าจอเพิ่งตระหนักถึงความยากของข้อพิเศษ โคลงต้นประกอบด้วยตัวอักษรที่มีส่วนหลังคาทั้งหมด! มิน่าละ! ข้อนี้ใครเข้าคู่ได้ก็เข้ารอบตรงทันที!
ในตอนนี้ หลินจือไป๋ ก็สังเกตเห็นโคลงต้น ‘เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่’ แล้ว
วินาทีที่เห็นก็อดไม่ได้ที่ใจเต้นไหว โอโฮ วรรคบนนี้ฉันคุ้นดีเลย ใช่ไหมอีอันจวีซื่อ?
สิ้นสุดเวลาพิจารณาโจทย์ห้านาที พิธีกรประกาศว่า “ต่อไปขอให้ทุกท่านเริ่มทำโจทย์ได้ เราจะเริ่มนับถอยหลังสิบนาที…”
หลินจือไป๋ ก็จับพู่กันลงมือทันที บนโต๊ะมีแท่นฝนหมึกกับพู่กัน ไหนๆ ก็เป็นการแข่งขันกลอนคู่ย่อมไม่ใช่ปากกาหมึกซึมหรือปากกาลูกลื่น ทุกคนต้องเขียนด้วยพู่กัน
หลินจือไป๋ เคยเรียนอักษรพู่กันตั้งแต่เด็กแม้ไม่ถึงขั้นเก่งกาจแต่ก็ไม่น่าอับอายขายหน้า เขาจับพู่กันด้วยท่าทางมาตรฐาน
หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที หลินจือไป๋ วางพู่กันไว้ลงข้างๆ หลับตาพักสมาธิรอให้เวลาสิบนาทีหมดลง
ใช่แล้ว หลินจือไป๋ ตอบเพียงข้อเดียว เพราะแค่ข้อนี้ก็เพียงพอสำหรับก