นเซียวเหล่งนึ่งถูกล่วงละเมิดร้อนแรงถึงระดับปรากฏการณ์ไปแล้ว
ในรั้วมหาวิทยาลัย…
ในออฟฟิศ…
ไม่ว่านักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศ หัวข้อสนทนาในช่วงหลายวันนี้ล้วนวนเวียนอยู่กับการเหน็บแนมสับ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ของปู่เยโหวเสียเละ
หลายคนพากันประชดประชันว่า
“ยังไงตอนนี้ปู่เยโหวก็ไม่ได้หากินด้วยนิยายอยู่แล้วนี่นะ หัวใจสายอาชีพของเขาอยู่ที่ภาพยนตร์กับละครต่างหาก”
“คงได้เงินพอแล้วเลยไม่ต้องแคร์อะไร เขียนเอาสนุกไป”
“รอบนี้ไม่แน่ว่าเขาแค่อยากปั่นกระแสก็ได้ สมัยก่อนตอนปู่เยโหวเขียนฉากปี้เหยาตาย คนอ่านก็ถล่มด่ากันสารพัด แต่สุดท้ายนิยายเล่มนั้นก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ครั้งนั้นคงทำให้เขาได้ลิ้มรสความสำเร็จเลยงัดมุกเดิมมาใช้สีอีก ถึงขั้นจัดหนักกว่าเดิม ผลคือคิดไม่ถึงว่าคราวนี้จะพังเละ”
“หรือก่อนหน้านี้คนอ่านอย่างพวกเราใจดีกับเขาเกินไป”
“อย่าลืมนะว่าตั้งแต่ปู่เยโหวเปิดตัวมาก็ถูกเรียกว่าเป็นนักเขียนสายสุดโต่งมาตลอด”
“ในฐานะนักเขียนสายสุดโต่ง การที่เขาทำแบบนี้ถึงจะเกินคาด แต่พอมองอีกมุมก็เข้าใจได้นะ”
“ที่จริงต้องบอกว่าเกินสามัญสำนึกแต่ไม่เกินความคาดหมาย”
“ตลาดจะสั่งสอนเขาเอง นิยายเขียนออกมาห่วยแตกแบบนี้ ต่อให้ทำเป็นละครก็ไม่มีใครดู”
“สองสามวันนี้ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ แทบไม่มีคนซื้อแล้ว กลับมีแต่คนขอเงินคืนจากร้านหนังสือซะมากกว่า”
ช่วงไม่กี่วันนี้การด่าปู่เยโหวดูจะกลายเป็นความถูกต้องทางสังคมไปแล้ว
ผลกระทบของเห