ตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนออกมาในยอดขายอย่างชัดเจน
หลินจือไป๋ ในฐานะประธานสำนักพิมพ์เสินฮว่ารู้ตัวเลขยอดขายนิยายที่เกี่ยวข้องดีกว่าใคร
“แค่คืนเดียวตลาดแผ่วลงฮวบเลยครับ”
“วันแรกหนังสือเล่มใหม่ของปู่เยโหวขายดีมากเท่าไหร่ วันต่อมาร้านหนังสือก็เงียบเหงามากเท่านั้น”
“ไม่มีร้านหนังสือสั่งออเดอร์เพิ่มเลยครับ”
“บางร้านถึงกับอยากคืนสินค้าให้เรา บอกว่าระบายสต็อกไม่ออก”
ทั้งหมดนี้เป็นฟีดแบ็กที่ลูกน้องรายงานขึ้นมาในที่ประชุมช่วงเช้า
ยังมีผู้บริหารบางคนแอบหยั่งเชิงว่า “หรือท่านประธานจะลองคุยกับปู่เยโหวให้เขาปรับแก้ดูหน่อย บางทีการปรับพล็อตเรื่องตอนนี้อาจจะพอกู้ตลาดได้นะครับ”
หลินจือไป๋ ส่ายหน้า ต่อให้นิยายเล่มนี้จะพังเพราะฉากของเซียวเหล่งนึ่งจริงๆ เขาก็ยอมรับ
ผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์เสินฮว่าเห็นประธานไม่เห็นด้วยก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก บรรยากาศเย็นเยียบลงไปชั่วครู่
ตอนนี้ปู่เยโหวคือเสาหลักหมายเลขหนึ่งของสำนักพิมพ์เสินฮว่า ปู่เยโหวเกิดปัญหาย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อสำนักพิมพ์เสินฮวาทั้งหมดอย่างแน่นอน
และในเวลานี้เองผู้บริหารระดับสูงที่ ‘หันจากมืดสู่สว่าง’ อย่างเริ่นเจียชุนเอ่ยขึ้นว่า
“บางทีเราไม่จำเป็นต้องมองแง่ร้ายขนาดนั้น ตลาดที่ซบเซาอยู่ตอนนี้ได้รับอิทธิพลจากกระแสบนโลกออนไลน์ แต่เรื่องแบบนี้มันแค่ชั่วคราวเท่านั้น ดูจากนิยายทั้งเล่มแล้วผมเห็นว่า ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ เป็นผลงานกำลังภายในที่ยอดเยี่ยมมากเ