ล่มหนึ่งเลย ผู้อ่านคงไม่ถึงขั้นที่มองข้ามความยอดเยี่ยมของหนังสือทั้งเล่มไปเพียงเพราะความติดค้างใจเรื่องเซียวเหล่งนึ่ง อีกอย่าง…”
เริ่นเจียชุนเว้นไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“พวกคุณสนใจแค่เสียงด่าปู่เยโหวบนอินเทอร์เน็ต อาจจะไมทันสังเกตเห็นว่าพอมีผู้อ่านอ่านต่อไปจนถึงตอนหลังๆ ก็เริ่มมีคนออกมาชมหนังสือเล่มนี้แล้ว แม้จะยังไม่ถึงขั้นพลิกกระแส แต่ผมเชื่อว่าพอมีคนอ่านจบมากขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์นี้ต้องดีขึ้นแน่”
“ท่านรองประธานฯ มองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว”
บรรดาผู้บริหารระดับสูงยิ้มเจื่อน
ตอนนี้เริ่นเจียชุนถูก หลินจือไป๋ ดันขึ้นเป็นรองประธานสำนักพิมพ์
เริ่นเจียชุนยิ้มกล่าว “ไม่ใช่ว่าผมโลกสวย แต่ตอนนี้เริ่มมีผู้อ่านบางส่วนเปลี่ยนท่าทีต่อหนังสือเล่มนี้แล้วจริงๆ ถ้าพวกคุณไม่เชื่อก็ลองเข้าไปดูเองสิ”
“ดูแล้ว ผมดูอยู่ทุกวัน” ผู้บริหารระดับกลางคนหนึ่งบ่นว่า
“ท่าทีที่คุณบอกว่าเปลี่ยนนั่นผมยังไม่เห็นเลย เห็นแต่ฉากที่เอี้ยก้วยถูกตัดแขนก็โดนด่าไปอีกรอบ แค่เพราะแรงสะเทือนจากเหตุการณ์เซียวเหล่งนึ่งถูกย่ำยีมันใหญ่โตเกินไป เลยทำให้กระแสเรื่องที่เอี้ยก้วยแขนขาดไม่ปะทุแรงนัก”
“อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่าคนจำนวนไม่น้อยยังไม่ทิ้งหนังสือ” เริ่นเจียชุนโต้กลับประโยคหนึ่งว่า “ไม่อย่างนั้นผู้อ่านพวกนี้จะรู้ได้ยังไงว่าต่อมาเอี้ยก้วยถูกก้วยพูฟันแขนขาด?”
สำนักพิมพ์เสินฮว่าเองก็ยังหนักใจ วงการสำนักพิมพ์เจ้าอื่นๆ ย่อมมองออกเช่นกันว่า