สบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นข้อเตือนใจสำคัญไปแล้ว
“สรุปก่อนเลย โปรเจ็กต์นี้ไม่มีอนาคต”
“ผมให้คนไปแจกใบปลิวทำแบบสำรวจอย่างง่ายๆ แถวบริษัทมา คนส่วนใหญ่บอกว่าไม่เข้าใจความหมายของซอฟต์แวร์หนังสือเสียงเลย แต่ผลงานใหม่ของปู่เยโหวมีบางคนสนใจตั้งใจว่าจะลองฟังดู”
“งั้นก็แปลว่ามีแต่แฟนคลับของปู่เยโหวที่สนใจนะสิ?”
“ที่จริงแม้แต่แฟนคลับบางส่วนของปู่เยโหวเองก็ยังงงๆ พวกเขาอยากให้ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ตีพิมพ์ออกมาตรงๆ มากกว่าที่จะต้องไปฟังในซอฟต์แวร์ครับ”
“ให้คนอื่นอ่านให้ฟังจะไปสนุกเท่าอ่านเองได้ยังไง?”
“อรรถรสการจมดิ่งไปกับตัวหนังสือจากการอ่านเอง การฟังหนังสือนะทำไม่ได้หรอก”
“งั้นก็ดูท่าทีต่อไป ถ้าเป็นโปรเจ็กต์ที่ดีเราก็ยังรีบเกาะกระแสได้ แต่โปรเจ็กต์ประเภทนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตามกระแส บางทีความสำเร็จของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของไปตี้นั้นก็อาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้”
สำนักพิมพ์เสินฮวา
ภายในบริษัทก็มีเสียงคัดค้านต่อ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] อยู่บ้างเช่นกัน แม้จะคุยกันเงียบๆ เป็นการภายใน แต่แกนนำระดับกลางถึงสูงในสายของหลัวต๋า ซึ่งเป็นรองประธาน กลับกดดันหลินจือไป๋อย่างต่อเนื่อง
“หนังสือเสียงก็เป็นของโบราณที่ตกยุคไปนานแล้ว!”
“ย้อนไปสักหลายสิบปีก่อน คนพเนจรเล่าเรื่องใต้สะพานลอยยังมีคนล้อมฟัง แต่สมัยนี้จะทำไปเพื่ออะไร?”
“ผมยอมรับว่าโปรเจ็กต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของท่านประธานประสบความสำเร็จ แต่