นที่สำหรับปลูกมันเทศสักรอบ ไม่เพียงต้องลงปุ๋ยใหม่ แต่ยังต้องกำจัดวัชพืชบริเวณนั้นอีกด้วย มิเช่นนั้นยอดพันธุ์มันเทศยังไม่ทันได้งอก ยอดอ่อนก็คงถูกหญ้าพวกนี้แย่งสารอาหารไปก่อนแล้ว
จูซื่อกับจูอู่ไม่ได้อยู่ทางนี้ด้วย ครอบครัวพวกเขานอกจากแปลงเพาะชำมันเทศผืนนี้แล้ว ยังปลูกเพิ่มเองอีกแปลงหนึ่ง
คนผู้หนึ่งวิ่งมาทางนี้แต่ไกล
“จูเหล่าโถว…” คนผู้นั้นร้องเรียก
ครั้นเข้ามาใกล้อีกหน่อย จูเหล่าโถวก็จำได้ว่าเป็นคนในหมู่บ้าน “เจ้าเองหรอกหรือ ไม่ทำงานที่นาเจ้า มาหาข้ามีเรื่องอะไร?”
“แหะแหะ…ทำงานมาทั้งเช้าแล้วนี่นา เหนื่อยน่ะ อยากพักสักหน่อย” คนผู้นั้นยิ้มแย้มพลางนั่งลงข้างจูเหล่าโถว
ความจริงแล้ว ตอนนี้จูเหล่าโถวไม่อยากพบคนในหมู่บ้านเลย
ก่อนหน้านี้ใครเห็นเขาก็ต้องยิ้มแย้มเพื่อ ‘เอาใจ’ เขา ตอนนี้กลับบอกได้ไม่ชัดเจนเสียแล้ว ไม่แน่ว่าอาจกำลังยิ้มเยาะอะไรอยู่ก็เป็นได้
คนผู้นั้นมองจูต้ากับจูเอ้อร์ที่กำลังทำงานก็ทำทีพยักเพยิด กล่าวกับจูเหล่าโถวเสียงเบาว่า “ลูกชายสองคนนี้ของเจ้ากตัญญูไม่เบา เจ้าพักผ่อนแล้ว พวกเขายังทำงานอยู่เลย”
“เลี้ยงลูกชายมาจนโตก็เพื่อการนี้ไม่ใช่รึ?” จูเหล่าโถวตอบ
“ข้ารู้ ทุกคนคลอดลูกชายเลี้ยงลูกชายก็เพราะเรื่องนี้ แต่เจ้า…” คนผู้นั้นเลิกคิ้ว บอกเป็นนัยว่า “ทำแบบนั้นแล้วนี่นา ลูกชายเจ้าไม่มีใครไม่พอใจบ้างเลยหรือ?”
จูเหล่าโถวตวัดสายตามองมาอย่างไม่พอใจ “พูดจาไม่เป็นก็ไม่ต้องพูด กลับไปนาเจ้า