มรอวันแย้มอย่างเงียบงาม เช้าและค่ำรอคอยอย่างแน่วแน่… ขอคนมีใจเข้ามาในฝัน”
เสียงเพลงดังขึ้นเพียงไม่กี่ท่อน ก็ทำให้ผู้ชมที่อยู่หน้าจอนับไม่ถ้วนถึงกับตะลึงนิ่งอึ้ง!
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลเพลงก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เนื้อร้อง: ไป๋ตี้
ทำนอง: ไป๋ตี้
ขับร้อง: ฮั่วเหมย
เพลง: บุปผาสตรี
เพลงนี้คือผลงานตัวแทนของอาจารย์เหมยเยี่ยนฟางในชาติที่แล้ว เคยซาบซึ้งกินใจผู้คนทั้งยุคมาแล้ว
การร้องของฮั่วเหมยอาจพูดไม่ได้ว่าถึงขั้นยอดเยี่ยม แต่โชคดีที่เพลงนี้เองก็ไม่ได้มีความยากสูงนัก
เธอจึงสามารถควบคุมและถ่ายทอดออกมาได้ อีกทั้งน้ำเสียงที่แหบพร่าปนทุ้มก้องของเธอ
มีร่องรอยแห่งกาลเวลาผสมอยู่ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยเรื่องราว จึงเข้ากับรสชาติที่เพลงนี้ต้องการถ่ายทอดได้อย่างลงตัว
ส่วนในห้องโถงใหญ่ พี่สาวอีกยี่สิบเก้าคนที่เหลือต่างเงยหน้าขึ้นมองไปยังจอภาพบนผนังเกือบจะพร้อมกัน
แววตากลับค่อยๆ แดงก่ำขึ้นทีละน้อย
เสียงของฮั่วเหมยลึกทุ้มมาก ไม่มีความใสซุกซนแบบคนหนุ่มสาว ไม่มีการออดอ้อนพร่ำเพ้อแบบวัยเยาว์
แต่ก็เพราะเสียงของเธอถูกกาลเวลาขัดเกลา และเพราะเธอผ่านประสบการณ์ที่คนหนุ่มสาวไม่เคยเผชิญมา
จึงสามารถสะกดเข้าถึงทุกคน ดอกไม้ที่ยังตูมรอวันบานงั้นเหรอ?
มีคำคำหนึ่งที่เรียกว่า ‘สาวน้อยวัยดอกไม้’
ตามชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าดอกไม้มักใช้เปรียบเปรยกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์และงดงาม
แต่เพลงที่ฮั่วเหมยร้องกลับเปรียบตนเองเป็นดอกไม้ ทั้งที่เธ