แต่ให้เขามาเป็นเจ้านายเรานี่พูดไม่ออกจริงๆ นะ ไอดอลนะควรจะอยู่ไกลๆ ให้เราชื่นชมก็พอ เรื่องนิยายไป๋ตี้ก็แค่คนนอกที่ไม่รู้อะไรเลยนั่นแหละ”
เมื่อเทียบกับคนในวงการแล้ว ฝั่งผู้อ่านกลับมีท่าทีที่ดีไม่น้อย แต่หัวข้อที่พูดถึงก็วนเวียนอยู่กับ ‘ปู่เยโหว’
‘หนังสือใหม่ของปู่เยโหวจะออกแล้วนะ! ตั้งตารอเลย!’
‘ได้ยินว่าคราวนี้จะลงที่เว็บไซต์ใหม่ของสำนักพิมพ์เสินฮว่า แถมลงแบบเป็นตอนๆ ด้วยนะ!’
‘เหมือนจะชื่อเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ใช่ไหม? ถึงตอนนั้นจะเข้าไปส่องดูหน่อย’
‘นอกจากปู่เยโหว ยังมีนักเขียนใหม่อีกหลายคนที่ลงนิยายที่เว็บนี้เหมือนกัน’
‘ไม่สนใจอะ ยังไงฉันก็อ่านแค่นิยายของปู่เยโหวคนเดียว’
‘แต่การลงนิยายออนไลน์เป็นตอนๆ แบบนี้ก็ดูแปลกใหม่ดีนะ’
‘ก็พอได้ บางเว็บบอร์ดก็มีนิยายลงเป็นตอนๆ เหมือนกัน แต่มันฟรีหมดเลยนี่ ได้ยินว่าเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์จะเก็บเงินตอนหลังใช่ไหม? งั้นก็น่าสนใจน้อยลง’
‘ลงนิยายออนไลน์ยังจะมาเก็บเงินอะไรอีก จะมีก็แค่นิยายของปู่เยโหวนี่แหละที่ฉันยอมจ่ายเงินอ่าน’
หลินจือไป๋ไม่สนใจเสียงวิจารณ์เหล่านั้น เขากำลังเขียนสต็อกต้นฉบับของ ‘กระบี่เทพสังหาร’ เพื่อให้ปล่อยตอนได้มากที่สุดในวันเปิดตัวเว็บไซต์ หลังจากอ่านต้นฉบับพวกนั้นแล้ว หลินจือไป๋ก็รู้ทันทีว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดที่ไม่มีวันแพ้แล้ว
แม้เวลาเข้าประชุมในช่วงนี้ บรรดาผู้บริหารระดับสูงจะเริ่มมีท่าทีไม่สงบ กระทั่งบางทีก็แขวะเขาแบบอ้อมๆ บ้าง