ทางจริงจังอย่างคนเป็นเจ้านาย
“ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าปีที่แล้วเยอะ ผมผิดหวังจริงๆ
โดยเฉพาะแผนกนิยายสืบสวน ตอนนี้นิยายสืบสวนที่ขายดีในตลาดมาจากสำนักพิมพ์เทียนกวงและสำนักพิมพ์นาเซินแทบทั้งหมด
เรื่องนี้ใครต้องรับผิดชอบครับ”
หลินจือไป๋เดือดดาลชี้นิ้วตำหนิไปทั่ว ห้องประชุมเงียบสงัด ทุกคนนั่งฟังหัวหน้าคนใหม่พร่ำบ่น
หลินจือไป๋ตบโต๊ะดังปัง
“หวังจื่อ! งานที่ผมสั่งไปทำสำเร็จหรือยัง?”
“ท่านประธาน…”
หวังจื่อทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “คุณให้ผมไปดึงตัวปู่เย่จวินจี๋ ผมดึงเขาไม่ขยับเลยครับ!”
หลินจือไป๋กล่าวเสียงเย็นชา “ผมไม่อยากฟังข้อแก้ตัว ทำไม่ได้ก็ไสหัวออกไป ให้คนที่ทำได้มาเป็นบรรณาธิการแผนกสืบสวนแทน!”
หวังจื่อเผลอหันไปมองรองประธานหลัวต๋า
หลัวต๋ารู้ว่าตนต้องปกป้องลูกน้องแล้ว “ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านประธานครับ แต่เรื่องนี้ไม่อาจบังคับหวังจื่อให้ทำได้จริงๆ
ในวงการสำนักพิมพ์ไม่มีใครดึงตัวปู่เย่จวินจี๋ได้เลย ผมเองก็เคยลองแล้วแต่ไม่สำเร็จ แม้แต่สำนักพิมพ์เทียนกวงที่พยายามอยู่เหมือนกันก็ยังไม่ได้ผลเลยครับ”
“คุณทำไม่ได้ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะทำไม่ได้”
หลินจือไป๋เหลือบมองหลัวต๋าแล้วพูดอย่างแข็งกร้าวว่า
“หวังจื่อถูกลดตำแหน่งเป็นรองบรรณาธิการแผนกนิยายสืบสวน ใครที่สามารถดึงตัวปู่เย่จวินจี๋มาได้ ผมจะให้คนคนนั้นขึ้นเป็นบรรณาธิการแผนกนี้ทันที”
“ท่านประธาน แบบนี้ไม่บังคับเกินไปหน่อยหรือครับ?”
บรรณาธิการให