ญ่เปยลี่พูดขึ้นว่า “นี่เป็นภารกิจที่ไม่มีทางทำสำเร็จเลยครับ”
รองบรรณาธิการใหญ่เริ่นเจียชุนขมวดคิ้วกล่าว “คำสั่งนี้เกรงว่าจะยากต่อการยอมรับครับท่านประธาน”
ทั้งสามคนลอบบ่นในใจว่าประธานคนใหม่ดูหุนหันพลันแล่นเกินไป
การเมืองออฟฟิศต้องใช้กลยุทธ์ชั้นเชิง การสั่งแบบเผด็จการเช่นนี้ใช้ไม่ได้ในสำนักพิมพ์เสินฮว่า
ต่อให้เป็นประธานก็ทำแบบนี้ไม่ได้!
เพราะข้างบนเหนือขึ้นไปยังมีเสินฮว่ากรุ๊ปอยู่ เรื่องนี้ต่อให้ถึงสำนักงานใหญ่ประธานก็ไร้เหตุผลอยู่ดี
หลินจือไป๋สูดลมหายใจลึกดูราวกับคนอารมณ์ขาด จ้องหน้าเริ่นเจียชุนแล้วพูดว่า
“ยากจะยอมรับ? ใครหน้าไหนกล้าคัดค้านครับ?”
เริ่นเจียชุนไม่ตอบ แต่สีหน้ากลับเขียนไว้ชัดเจนว่า ‘ไม่ยอมรับ’
หลินจือไป๋กล่าวอย่างไม่พอใจ “เริ่นเจียชุน ท่าทีของคุณผมไม่ปลื้มเอาซะเลย”
เริ่นเจียชุนเริ่มรู้สึกว่าวันนี้หลินจือไป๋จ้องจะเล่นงานตนแล้ว
คงเพราะตนเป็นแค่รองบรรณาธิการ แต่หลัวต๋าเป็นรองประธาน ส่วนเปยลี่เป็นบรรณาธิการใหญ่ ตำแหน่งทุกคนสูงกว่าตน?
เลือกบีบลูกพลับที่นิ่มที่สุดสินะ?
เริ่นเจียชุนไม่อยากเป็นเป้าแต่ก็กลั้นไม่อยู่ จึงตอบก้ำกึ่งว่า
“ทั่วทั้งสำนักพิมพ์เสินฮว่าของเราไม่มีใครดึงตัวปู่เย่จวินจี๋มาได้เลย ถ้าท่านประธานจะใช้เหตุผลนี้ลงโทษหวังจื่อ ผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณครับ”
“งั้นคุณเห็นด้วยแล้ว?”
“ผมไม่คัดค้าน” เริ่นเจียชุนกล่าว “แต่ก็ไม่สนับสนุน”
“พวกคุณล่ะ?”
หลินจือไป๋หันมองคนอ