ื่น
หลัวต๋ากล่าว “ผมไม่เห็นด้วย!”
“ใครอีก?”
หลินจือไป๋กวาดตามองคนอื่นๆ เงียบกริบ
หลินจือไป๋พยักหน้า จากนั้นก็หยิบมือถือออกมาโทรต่อหน้าทุกคน
“ฮัลโหล?”
“คุณเจียงครับ”
“ผมเองหลินจือไป๋”
“สำนักพิมพ์เสินฮว่าของเราอยากร่วมงานกับอาจารย์ปู่เย่จวินจี๋…”
“ใช่ครับ”
“ช่วยเห็นแก่หน้าผมหน่อยนะครับ”
“งั้นเรื่องนี้ตกลงตามนี้นะครับ”
หลังวางสาย หลินจือไป๋สังเกตเห็นสีหน้าทุกคนในห้องประชุมเปลี่ยนไปหมด
หลัวต๋าตะลึงงัน เปยลี่มองเขาอย่างนิ่งอึ้ง เริ่นเจียชุนก็แตกตื่นตกใจ หวังจื่อถึงกับอ้าปากค้าง
มีคนกลั้นไม่ไหวกระซิบถามเบาๆ “อาจารย์ปู่เย่จวินจี๋…ยอมมาเหรอครับ?”
“ก็ต้องใช่สิครับ”
หลินจือไป๋วางโทรศัพท์ลง กล่าวอย่างทอดถอนใจ “มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เขามองทุกคนอย่างผิดหวัง “เรื่องแค่นี้มันยากเย็นขนาดไหนกันเชียว ต้องให้ประธานอย่างผมออกหน้าเอง?”
ห้องประชุมเงียบกริบกระทั่งเสียงเข็มตกยังได้ยิน
ไม่มีใครรู้ว่าหลินจือไป๋ทำได้ยังไง ในห้องนี้ทุกคนเคยพยายามทาบทามปู่เย่จวินจี๋มาแล้วทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครทำสำเร็จสักคน
ฝั่งคุนเผิงไม่แม้แต่จะยอมเจรจาเงื่อนไขเลยด้วยซ้ำ!
แต่หลินจือไป๋โทรศัพท์แค่ครั้งเดียวเรื่องก็เป็นอันจบ!
ประธานคนนี้ดูหัวแข็งหยิ่งผยอง แต่พลังเบื้องหลังกลับชวนให้ตกตะลึง!
“หวังจื่อ…”
หลินจือไป๋เอ่ยเสียงขุ่น
หวังจื่อลุกขึ้นยืนตัวสั่นเล็กน้อย เขารู้สึกว่าตัวเองต้องซวยแน่แล้ว
รองประธานหลัวต๋าห่างชั้นเกินไปแล้ว