๋หรานระเบิดขึ้นมาจริง ๆ ต้องการจะจัดการจูเหล่าโถว ก็ไม่มีใครสามารถขวางได้
จูเหล่าโถวตาแดงขึ้นมาอีกครั้ง คุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูสามครา “ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกอกตัญญู ต่อไปอาจไม่มีโอกาสได้แสดงความกตัญญูต่อพวกท่านอีกแล้ว”
“เจ้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร?” แม่เฒ่าจูปวดใจ ยื่นมือออกไปกุมมือของจูเหล่าโถวเอาไว้ ถึงอย่างไรก็ยอมรับไม่ได้ “จะถึงขั้นนี้ได้อย่างไร? เจ้าใหญ่ ไม่อย่างนั้นเจ้าก็หนีไปเสียเถอะ…หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นร้ายกาจเกินไป ถ้าเจ้ากลับไปก็คงไม่รอดแล้ว ไม่สู้หนีไปดีกว่า หนีไปให้ไกล ถึงจะลำบากไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าเอาชีวิตไปทิ้ง…”
“ข้าจะหนีไปไหนได้?” จูเหล่าโถวกล่าวพลางร่ำไห้ “ท่านแม่ ข้าอายุปูนนี้แล้ว ทำงานรับจ้างชั่วคราวยังไม่มีใครเอา ทั้งยังไม่มีแรงไปทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ข้ายังจะหนีไปที่ใดได้?”
ยามนั้น จูซานเสิ่นพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องหนีไปไกล ไปอยู่ในตำบลเถอะ”
“ในตำบล?”
“เจ้าสามบ้านท่านอยู่ที่ตำบลไม่ใช่หรือ?” จูซานเสิ่นกระตุ้นเตือน “ท่านหนีเข้าตำบลไป เจ้าเจ็ดเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น นางคงไม่กล้าไปอาละวาด ตราบใดที่นางไม่กล้าอาละวาด ท่านก็จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้”
“จริงด้วย” แม่เฒ่าจูก็เพิ่งนึกออก “เจ้าใหญ่ เจ้าเข้าตำบบลไปเถอะ ตอนนี้มาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว”
“แต่ว่า…แต่ถ้ากระทบการเรียนของเจ้าเจ็ด…” จูเหล่าโถวลังเล
ถึงจะพูดอย