บ” หลินจือไปก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเขาประเมินผลกระทบของเรื่องนี้ต่ำไป
หลายวันต่อมา หลินจือไปใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เช้าวันนั้นหลินจือไปถูกเสียงเพลงที่คุ้นหูปลุกให้ตื่น
“ไม่เคยคิดว่าเธอน่ารำคาญ ทุกอย่างของเธอฉันชอบไปหมด”
“มีเธอทุกวันสดใส มีเธอตะวันยิ่งเจิดจ้า มีเธอราตรีไม่มืดมน”
“เธอคือเมฆขาว ฉันคือท้องฟ้า…”
ให้ตายสิ นี่มัน ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ไม่ใช่เหรอ?
แต่คนร้องไม่ใช่ ‘ผู้สร้างสรรค์’ อย่างหลินจือไป กลับฟังดูคล้ายเสียงของสองหนุ่มวงพี่น้องตะเกียบ?
เสียงผู้ชายสองคนร้อง คาดว่าคงเป็นบริษัทบันเทิงที่ซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้จากเจียงเฉิง
นี่เป็นเงื่อนไขที่หลินจือไปตั้งไว้ แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจเพลงพวกนี้มากนัก แต่ก็มีข้อกำหนดพื้นฐานอยู่บ้าง
อย่างเช่น ‘สุขสันต์การเลิกรา’ ต้องให้ผู้หญิงร้องเท่านั้น
หรืออย่าง ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ต้องให้ศิลปินชายสองคนร้องคู่กัน
ทุกอย่างยึดตามมาตรฐานของโลกก่อน ค่าลิขสิทธิ์ก็สูงลิ่ว
เพราะคนที่อยากซื้อเพลงของอูฉือมีเยอะเหลือเกิน ทุกฝ่ายแข่งกันประมูลราคา ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป
เจียงเฉิงถึงกับเรียกการซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงพวกนี้ว่างานประมูลไปแล้ว…
เวลานี้เองหลินซีเดินงัวเงียออกจากห้องนอน ถามอย่างงุนงงว่า “ใครเปิดเพลงนะ?”
แม่ตอบว่า “แม่เอง”
หลินซีถึงกับตกใจ “ไม่ใช่ว่าแม่ฟังแต่เพลงที่ลูกชายแม่แต่งเหรอ?”
นานๆ จะเห็นที แม่มีนิสัยชอบฟังเพลงตอนเช้า ชอบเปิดเพลงเพื่อปลุกทุกคนใน