บ้าน
แต่ที่ผ่านมาเปิดแต่เพลงของไปตี้ เพลงที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอแต่งเอง
แต่เพลงที่แม่เปิดตอนนี้กลับไม่ใช่ผลงานของไปตี้ ฟังไปสักพักหลินซีก็จำได้
“นี่เหมือนเพลงของอูฉือเลย! ชื่อ ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ใช่ไหม? โห! แม่แบบนี้ไม่แฟร์เลยนะ”
“ไม่รู้เหรอว่าข้างนอกเขาชอบเอาอูฉือกับไปตี้ไปเปรียบเทียบกันนะ ขนาดแม่เป็นแม่ยังเริ่มไปฟังเพลงของอูฉือแล้ว!”
แม่กระแอมเบาๆ “ดนตรีน่ะไร้พรมแดน”
หลักๆ เพราะช่วงนี้แม่เปิดแต่เพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ ทั้งวัน หลังจากฟังบ่อยๆ แม่เองก็ยังเบื่อ
กลับกลายเป็น ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ของอูฉือที่ทำให้เธอรู้สึกสดใหม่ จะว่าไงดีละ? ก็แค่ชอบขึ้นมาแบบงงๆ
เวลานี้หลินเชิงเทียนลุกขึ้นจากเตียงก็อ้าปากบ่นทันที
“เมื่อกี้ผมฝันเลย ในฝันมีเสียงแอปเปิ้ลน้อยอะไรโชว์ซ้ำๆๆ วนอยู่ตลอด ที่แท้เป็นแม่เองเหรอที่เปิดเพลงล้างสมองผม?”
หลินจือไปกลั้นขำ “เพลงนี้เพราะดีออกนะ”
แม่รีบเสริมทันที “ใช่ไหมละ ลูกชายแม่ยังว่าแบบนั้นเลย”
“แม่ก็เห็นในเน็ตมีคนพูดนะ ว่าทั้งสองคนเป็นเหมือนดาวคู่แห่งวงการเพลงแข่งขันกันแบบสร้างสรรค์”
“อีกอย่างไม่ว่าแม่จะฟังเพลงไหน ลูกชายก็เก่งที่สุดในใจแม่อยู่ดี!”
ช่วงบ่ายหลินจือไปออกไปวิ่ง พอผ่านลานกว้างเขาก็ได้ยินเสียงเพลงคุ้นหูอีกครั้ง:
“ฤดูใบไม้ผลิเดินเคียงเธอกลางดอกไม้บาน ฤดูร้อนค่ำคืนมองดาวกับเธอกะพริบตา”
“ฤดูใบไม้ร่วงย่ำทุ่งข้าวสีทองยามสนธยา ฤดูหนาวหิมะโปรยมีเธอแล้วอุ่นกว่า…”
โอ้โห ข้