็งแรงกว่าฉันอีกนะเนี่ย”
หยิ่นเทียนโฉวยังไม่รู้เลยว่าตนจะลากสังขารไปถึงงานฉลองอายุแปดสิบปีไหวหรือเปล่าแต่ประธานซูติ้งปัวแห่งเทียนกวงนั้นอาการยิ่งแย่กว่านั้น ทุกวันนี้แทบจะเกษียณแล้วนอนโรงพยาบาลทุกวันเดิมทีวันนี้ก็ควรจะมางานด้วยแต่ร่างกายรับไม่ไหวแล้ว ว่ากันว่าตอนนี้ถึงกับต้องเข้าไอซียูเลยทีเดียว
สามบริษัทยักษ์ใหญ่ต่อสู้กันมาหลายปีขนาดนี้แม้เสินฮว่าจะนำห่างอยู่เสมอแต่ก็ไม่เคยโค่นน่าเซินกับเทียนกวงลงได้อย่างเด็ดขาดสถานการณ์จึงชะงักงันและตึงเครียดมาตลอด บางทีเมื่อผู้นำรุ่นเก่าทยอยลาลับสมดุลของทั้งสามบริษัทใหญ่อาจจะถึงคราวเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้
ความจริงแล้วตอนนี้ไม่ใช่แค่หลินเจามู่ที่มองหาผู้สืบทอดจากบรรดาลูกหลานหัวเรือของน่าเซินและเทียนกวงก็กลุ้มใจในเรื่องเดียวกัน
“มือนายเป็นอะไรไป?”
หยิ่นตงหน่วนก็มาวันนี้เช่นกันตอนนี้นั่งอยู่ข้างหลินจือไป พอเธอเห็นรอยขีดข่วนหลายแผลบนมือหลินจือไปที่ดูก็รู้ว่าเป็นแผลสดยังไม่ตกสะเก็ดก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“โดนเศษแก้วบาด”
หลินจือไปพูดตามความจริงแต่ไม่ได้เล่าย้อนถึงต้นสายปลายเหตุหยิ่นตงหน่วนฮึดฮัดเบาๆ ตำหนิเขาที่ไม่ระวัง คิดจะดูแลแผลให้แต่หลินจือไปก็ส่ายหน้ากล่าวว่า“จัดการเรียบร้อยแล้ว”
“อย่างน้อยก็ติดพลาสเตอร์หน่อยเถอะ”
“ไม่เป็นไรแผลแบบนี้พอถึงโรงพยาบาลก็เป็นสะเก็ดแล้ว”
หลินจือไปยังแหย่มุกแป้ก แต่พี่ชายกับพี่สาวที่อยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีทั้งสองไม่