“นางจะมีจุดจบที่ดีได้อย่างไร? ย่อมต้องถูกเมียเจ้าจัดการอยู่แล้ว สภาพน่าอเนจอนาถยิ่งนัก จุ๊ ๆๆ…”
“ถึงแก่ชีวิตไหม?” จูเหล่าโถวเห็นอีกฝ่ายไม่พูดเข้าประเด็นสำคัญเสียทีก็ร้อนใจ
“จะไม่เป็นแบบนั้นได้อย่างไร?” คนผู้นั้นแสร้งโง่งม “แม่ม่ายฉินท้องแล้วนี่นา?”
“หลังจากนั้นเล่า?” จูเหล่าโถวถามต่อ
“ก็ท้องแล้ว ยังไม่ใช่ชีวิตคนอีกหรือ? เจ้าคิดว่าจะเป็นอะไรไปได้อีก? โชคดีที่เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมาไว ไม่อย่างนั้นตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ จูเหล่าโถว เจ้าพูดมาตามตรง เจ้ากับแม่ม่ายฉินนั่นตกลงแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่?”
“จะมีเรื่องอะไร? ทุกคนล้วนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันก็ช่วยเหลือ ยังจะมีเรื่องอะไรอีก?” จูเหล่าโถวเห็นสีหน้าอีกฝ่ายก็รู้สึกอึดอัดใจ
ได้รู้ว่าไม่มีใครเสียชีวิตก็ไม่สนใจอีกฝ่ายแล้ว เรียกหาจูอู่แล้วเร่งรุดกลับเรือน
เขาย่อมไม่กล้าเข้าไปในเรือนอยู่แล้ว แต่ส่งจูอู่เข้าไปหยั่งเชิงเสียก่อน ถ้าสถานการณ์ไม่ถูกต้องก็ให้ส่งเสียงดัง เขาจะได้ไม่เข้าไปในเรือน
จูอู่ที่ได้รับคำสั่ง “…”
ท่านพ่อ ถ้าท่านจะกลัวท่านแม่ขนาดนี้ ตอนนั้นท่านไปข้องแวะกับแม่ม่ายฉินทำไมเล่า?
ดูเอาเถอะ เกิดเรื่องแล้ว รับมือไม่ไหวล่ะสิ
แม้ในใจจะโกรธ แต่บิดาก็ยังคงเป็นบิดาอยู่วันยังค่ำ จูอู่ไม่อยากเห็นครอบครัวขัดแย้งจนบ้านแตกจึงจำต้องพยักหน้ารับคำ
“ท่านพ่อ ท่านอย่าไปไหน รออยู่ตรงนี้นะขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะออกมาหาท่าน” จูอู่คิ