ี้มีคนเยอะมาก
ลูกๆ บ้านลุงใหญ่: หลินกง หลินจิ้งลูกๆ บ้านลุงรอง: หลินหู หลินเป้า หลินเพิ่งลูกๆ บ้านลุงสาม: หลินมู หลินหลิว หลินเซ็น
นอกจากนี้ยังมีสายรองอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นญาติในตระกูลหลินอายุไล่เลี่ยกันนับเป็นรุ่นที่สามพวกนั้นเห็นหลินจือไปต่างก็ตกใจสะดุ้งเฮือก ภายในห้องเงียบงันไปสองสามวินาที
ในที่สุดหลินกงก็เอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน“เสี่ยวไปมาแล้วเหรอ ซูฉานทำไมเธอก็…”
คนอื่นๆ ไม่พูดอะไร
ไม่มีใครรู้ว่าหลินจือไปเพิ่งมาหรือมาถึงนานแล้ว ได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกันหรือเปล่าสีหน้าของทุกคนจึงแปลกประหลาดเล็กน้อย ซูฉานไม่พูดอะไรหลินจือไปมองไปยังสมาชิกรุ่นสามสายรองของตระกูลคนหนึ่งอีกฝ่ายก็รู้ความรีบลุกขึ้นหลีกทางให้หลินจือไปนั่งบนโซฟาพลางเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า
“นั่งสิ”
หลินจือไปไม่ได้นั่งเพียงจ้องมองเขาแล้วพูดว่า“เมื่อกี้เสียงหัวเราะนายดังไปหน่อยนะ”
“จือไป…”
“ถึงฉันจะไม่สนว่าเป็นสายหลักสายรองแต่คุณควรรู้ว่าต่อหน้าฉันนายอยู่ระดับไหนตบหน้าตัวเองสิบที ฉันต้องได้ยินเสียง ไม่งั้นนายก็ลองเดาสิว่าผลจะเป็นยังไง?”
คนคนนั้นหันมองไปที่หลินกง หลินกงไม่สนใจเขาจึงหันมองคนอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครช่วยเขา จำใจรู้ว่าตนต้องเป็นแพะรับบาปอย่างไรคำพูดที่ถูกได้ยินเมื่อครูก็ต้องมีคนรับผิดชอบ
เขาจึงฟาดหน้าตัวเองแรงๆ หลายทีติดต่อกันจนใบหน้าบวมขึ้น
“พอได้แล้ว”
หลินจิ้งที่อยู่ข้างหลินกงเอ่ยขึ้น หลินจือไปเหลือบมองหลินจิ้งลูกชา