แกก็รังแกเขาแบบนี้!”
ยืนอยู่ตรงประตูเลขาจินตะโกนอย่างทิ้งมาด“หลินกง!”
หลินกงแทบคุ้มคลั่ง“คราวนี้ไม่ใช่พวกเรานะ! หลินจือไปต่างหากที่ลงมือก่อน น้องฉันโดนมันทำร้ายอยู่เนี่ย นายช่วยแยกแยะหน่อย!”
เขาพูดพลางจะพุ่งเข้าใส่หลินจือไป
หลินเชิ่งเทียนผลักเต็มแรงส่งเขากระเด็นกลับล้มลงบนโซฟาหลินเป้าเห็นพี่ชายกำลังจะคว้าขวดสู้ก็รีบคว้าแขนห้ามไว้
“คุณปู่ยังอยู่ข้างบนนะ! พวกเราบอกคุณปู่สิ! หลินจือไปทำร้ายคน!”
หลินเป้าดึงตัวไว้ไม่อยู่แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองสามคนก็โผล่มาจากประตูคุมตัวทุกคนไว้หมออีกสองสามคนที่เลขาจินเรียกตัวรีบวิ่งขึ้นมาแต่พอเห็นสภาพในห้องก็ไม่กล้าขยับ
เลขาจินมองหลินจือไปแวบหนึ่งแล้วกวาดตามองคนอื่นๆ สูดลมหายใจลึกกล่าวว่า“ทุกคนแยกกันไปอยู่คนละห้อง”
“คุณหมายความว่าไง?”
หลินหลิวจ้องเลขาจินพูดอย่างเย็นชาว่า“ก็บอกแล้วว่าหลินจือไปลงมือก่อนทุกคนที่นี่เป็นพยานได้!” เธอปากระเป๋าในมือใส่หลินจือไป ซูฉานอยู่ใกล้ๆ เลยรับไว้ได้ทันแม้กระเป๋านี่จะไร้พิษสงก็เถอะ
“ฉันก็เป็นพยานได้!”
ซูฉานหันไปมองเลขาจิน“พวกเขาเป็นฝ่ายยั่วยุก่อน คำพูดพวกเขาหยาบคายมาก ฉันไม่อยากพูดซ้ำ ถ้าเป็นฉันก็คงลงมือเหมือนกัน”
“ซูฉาน!”
แววตาหลินกงราวกับจะกินคน“เธอควรจะรู้จักที่ของตัวเองให้ชัดเจนไว้จะดีกว่า! ปู่ของเธอ…”
จู่ๆ หลินจือไปกลับโอบเอวซูฉานแน่นกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า“จำที่คุณสัญญากับผมไว้ด้วยละ”
หลินกงเบิกตากว้างทุกคนต่างชะง