กไม่สบายตรงไหนใช่ไหม?”
หลินซีก็ถามน้ำตาไหลแล้วเธอไม่สนว่าหลินจือไปกับซูฉานเป็นอะไรกันแค่กลัวว่าเหตุการณ์ในอดีตจะเกิดซ้ำและเกิดที่คฤหาสน์ซีเฉิงอีกเหมือนเดิมเป็นการสู้หนึ่งคนกับคนทั้งกลุ่มอีกเหมือนเดิม
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ผมไม่เป็นไรไม่ต้องห่วง”
เลขาจินไม่กล้าแสดงออกชัดเจนแต่จ้องมองหลินจือไปไม่วางตาพอเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรก็ตะโกนขึ้นอีกครั้ง“ทุกคนแยกกันไปอยู่คนละห้อง”
จำเป็นต้องแยกคนพวกนี้ไว้ก่อนเพื่อกันไม่ให้พวกเขาเตี๊ยมคำให้การแม้เลขาจินจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่รู้ว่าหลินจือไปอดทนเป็นจึงไม่น่าลงมือโดยไร้เหตุผลต้องเป็นเพราะคนพวกนี้พูดอะไรบางอย่างที่ไปกระตุ้นหลินจือไป
“ห้ามใครขยับทั้งนั้น!”
หลินกงรู้สึกสมองอื้ออึงราวกับถูกขวดฟาดเช่นกันตอนที่ลุกขึ้นร่างกายก็ยังโงนเงน“หลินจือไป… หลินจือไป…”
นี่คือความอัปยศที่สุดในชีวิตของเขา ใบหน้าแดงคล้ำจนเกือบม่วง“ฉันจะฆ่าแก… ฉันสาบานเลยว่าจะฆ่าแกให้ได้!”
“คุณชายกงกรุณาระวังคำพูด!”
เลขาจินหันมองบอดี้การ์ดข้างกาย“แจ้งท่านประธาน”
เรื่องนี้ปิดไม่อยู่ได้แต่ให้ประธานมาจัดการแล้วครู่ต่อมาหลินเจามูมาถึง
ชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้นี้หลังจากเห็นสภาพห้องเละเทะแล้วสีหน้ากลับไร้อารมณ์สงบนิ่งดังเหวลึก
“ใครอธิบายได้บ้างว่านี่เกิดอะไรขึ้น?”
“หลินจือไปลงมือทำร้ายคน!”
หลินเป้าตะโกน
“เขายังสวมเขาให้พี่กงด้วย! คุณปู่ดูสิเขายังโอบพี่สะใภ้อยู่เลย!”
“ฉันไม่ใช่พี่สะใภ