้ของนาย!”
ซูฉานแทบคลั่ง เธอเล่นใหญ่เกินไปแล้วทำไมถึงพาตัวเองเข้ามาพัวพันเรื่องชุลมุนในตระกูลหลินได้!
“ฉันรู้แต่เธออยากเป็นน้องสะใภ้ฉัน!”
หลินเป้าฟ้อง
“คุณปู่ก็เห็นแล้วไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย หลินจือไปบ้าไปแล้วทำร้ายคนไม่พอยังสวมเขาให้พี่กงอีก!”
“เท่าที่ผมทราบ…”
เลขาจินกล่าวเสียงหนัก
“พวกเขาเป็นฝ่ายพูดถ้อยคำไม่สมควรก่อน คุณชายไปเลยทนไม่ไหวต้องลงมือ ส่วนพูดว่าอะไรเราไล่สอบทีละคนก็จะรู้ครับ”
“ดูว่าบาดเจ็บหนักไหมต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า”
หลินเจามูยังคงสงบนิ่งสั่งหมอที่ตามมาดูอาการหลินกงกับหลินหูก่อนทันทีที่เขาปรากฏตัวทุกคนก็นิ่งเงียบไม่เอะอะ
หลินหูดูไม่เป็นอะไรมากแต่ยังจ้องหลินจือไปอย่างโกรธเกรี้ยวหลินจิ้งดูเหมือนตกใจตัวสั่นระวิกทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพูดจาอวดดีว่า ‘เขาอย่างนั้นอย่างนี้’
“คุณปู่”
หลินกงพูดเสียงดังว่า“ก็แคเด็กๆ พูดไม่คิดไม่กี่คำเอง หลินจือไปเขา…”
“พอแล้วเรื่องวันนี้ห้ามหลุดออกไป”
หลินเจามูหันมามองหลินจือไปด้วยแววตาล้ำลึก จากนั้นก็มองไปที่หลินหู“ไม่เป็นไรนะ?”
“ไม่เป็นไรครับ…” หลินหูอยู่ต่อหน้าปู่ราวกับเสือป่วย จากนั้นหลินเจามู่ก็หันไปมองหลินจิ้ง “แล้วนายละ?”
หลินจิ้งกล่าวปากสั่น“ผมทรมานมาก… ผมเวียนหัว… คุณปู่ผมจะตายไหม…”
หมอส่ายหน้าให้หลินเจามู่“บาดเจ็บเล็กน้อยโดนตีที่ใบหน้า”
“นายไม่ได้ตีสมองซีกซ้ายใช่ไหม?”
หลินเจามู่หันกลับมามองหลินจือไป สายตาปู่หลานที่ไม่พบกันหลายปีประสานก