ข้าจะไม่ให้ก็กระไรอยู่”
รอยยิ้มบนใบหน้านั้นบอกชัดว่าการค้านี้ไม่เพียงสามารถทำได้ แต่ยังทำได้ระยะยาวอีกด้วย
เย่อวี๋หรานยิ้มแล้วพูดว่า “มีคนชอบก็ดีแล้ว ถึงตอนที่อากาศหนาวกว่านี้ ข้าค่อยส่งอาหารอย่างอื่นมาให้เจ้าลองชิมอะไรใหม่ ๆ ในหมู่บ้านชนบทของพวกข้า อย่างอื่นน่ะไม่มีหรอก ได้แต่ใส่ใจเรื่องอาหารการกินให้มากหน่อยเท่านั้นแหละ”
“ไอ้หยา สามารถทำของอร่อยได้ก็นับว่าเป็นความสามารถชั้นยอดแล้ว ชีวิตของคนเรานอกจากอาหารการกินและเสื้อผ้าอาภรณ์แล้วยังมีอะไรอีก? ไม่มีแล้ว ที่เรือนข้าอย่างอื่นน่ะมีไม่มาก แต่เด็ก ๆ น่ะมีเยอะทีเดียว ของที่เจ้าส่งมาให้นับว่าถูกใจพวกเขาแท้ ๆ คราวหน้าถ้ามีของดีอะไรอีกก็อย่าลืมคิดถึงข้าก็แล้วกัน”
“แน่นอนว่าปีนี้ไม่ทันแล้ว มีแค่ของกินพวกนี้ รอถึงปีหน้าจึงจะมีอาหารหลากหลายอย่างแท้จริง ถึงตอนนั้นจะให้เจ้าได้เปิดหูเปิดตาชมดูอาหารพื้นบ้านของพวกข้าสักครา”
“ได้ ข้าจะรอดู”
……
ครั้นกลับถึงหมู่บ้านสกุลจู เย่อวี๋หรานก็คิดถึงถั่วเหลืองที่ไปเก็บมาจากบนเขาเมื่อปีที่แล้ว
ถึงเวลานี้สมควรไปเก็บได้แล้ว
นางเรียกหาจูซื่อ ให้อีกฝ่ายเป็นเพื่อนนางขึ้นเขาไปสักรอบ
“ท่านแม่ คงเป็นทางนี้กระมัง? แม้จะไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไหร่ แต่ข้าจำได้ว่าน่าจะเป็นที่นี่” จูซื่อเดินเข้าไปพลางย้อนนึกทบทวน
“คงใช่กระมัง ลองเข้าไปดูก่อน ถึงอย่างไรถั่วเหลืองก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว” ตอนมาเก็บถั่วเหลืองในครั้งนั้น เย