่อวี๋หรานไม่ได้ให้พวกเขาตัดต้นถั่วเหลืองจนเกลี้ยง แต่จงใจเหลือไว้เล็กน้อย
แต่นางไม่แน่ใจว่าถั่วเหลืองส่วนใหญ่ถูกพวกนางตัดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้จะยังมีเยอะเหมือนเดิมอีกหรือไม่
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นท่ามกลางแมกไม้
“เอ๋ นั่นคุณชายกานไม่ใช่หรือ?” จูซื่อตาไว มองแวบเดียวก็จำได้ เขาร้องทักทันที
“คุณชายกาน?”
กานอี้เซียนพลันเงยหน้าขึ้นมา “ไอ้หยา พวกท่านเองหรือ จูต้าเหนียง จูซื่อ…พวกท่านขึ้นเขามาทำอะไรหรือ? ตัดฟืน?”
ความจริงกานอี้เซียนเห็นอีกฝ่ายตั้งแต่พวกเขาขึ้นเขามาแล้ว จึงจงใจมาดักรออยู่ข้างหน้า รอให้ ‘พบกันโดยบังเอิญ’
“เปล่า พวกข้ามาหาถั่วเหลือง” พอจูซื่อเห็นอีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาอธิบายว่า “ก็คือถั่วเหลืองที่ท่านพาพวกข้ามาเก็บเมื่อปีที่แล้วอย่างไรเล่า จำได้หรือไม่?”
“จำได้สิ อยู่ทางนั้นแน่ะ เดินตรงไปอีกหน่อยก็เจอแล้ว” กานอี้เซียนว่าพลางแกว่งกระต่ายที่ถืออยู่ในมือ “พวกท่านจะเอาเจ้านี่หรือไม่? ข้าเพิ่งจับได้”
ครั้นเห็นกระต่ายตัวอ้วนท้วนในมือเขา จูซื่อย่อมอยากได้อยู่แล้ว “ท่านต้องส่งไปขายในตำบล เอามาให้พวกข้าคงไม่ดีกระมัง?”
“มีอันใดไม่ดีกัน พวกท่านเพิ่งเกี่ยวข้าวกันเสร็จไม่ใช่หรือ รอจนตากข้าวใหม่เสร็จแล้วเก็บไว้ให้ข้าสักกระสอบ ถึงตอนนั้นข้าค่อยเอาของไปแลก”
“ตกลง จวนจะตากเสร็จแล้ว รอจนพวกข้าฝัดข้าวเสร็จค่อยเก็บไว้ให้ท่าน”
……
เย่อวี๋หรานไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เพียงเลิกคิ