หลินจือไปใช้การปกปิดสามชั้น:
ชั้นแรก: ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างหลินจือไปกับหลินเซิ่งเทียน เพราะหลินเซิ่งเทียนเป็นพาร์ตเนอร์คนแรกของคุนเผิง หลินจือไปในฐานะน้องชายของหลินเซิ่งเทียน จะสนิทกับเจียงเฉิงก็นับว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ชั้นที่สอง: ตัวตน ‘ไปตี้’ ของหลินจือไป เวลาที่เจียงเฉิงกระตือรือร้นกับคนธรรมดาสักคนมากๆ ย่อมดูแปลกเป็นธรรมดา แต่ถ้าคนธรรมดาคนนั้นความจริงคือไปตี้ล่ะ?
ชั้นที่สาม: ตัวตนรุ่นที่สามของหลินจือไปในเสินฮวา อย่างไรเรื่องที่คุนเผิงชอบผูกมิตรกับรุ่นที่สามของสามตระกูลใหญ่ที่ไม่มีทรัพยากรอะไรในมือ ก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว ใครที่สังเกตเป็นก็แทบจะมองออกกันทั้งนั้น
มีบัฟมากมายขนาดนั้น ซูฉานมีเหตุผลอะไรที่จะมองพิรุธออก?
หลินจือไปกล่าว “ผมก็แค่เดานะ ถึงเธอจะพอเดาอะไรได้ก็ยังห่างไกลจากความจริงลิบลับ กับซูฉานถ้าควรติดต่อก็ติดต่อไปเถอะครับ ผมใส่หน้ากากอยู่ก็จริงแต่ถ้ามันถึงเวลาต้องดึงหน้ากากออกก็ต้องดึง…”
ก็เหมือนกับที่เจียงเฉิงจะไม่เปิดเผยตัวตนของหลินจือไป ต่อให้มีสักวัน หลินจือไปจะบอกกับซูฉานว่าตนคือเจ้าของคุนเผิงที่แท้จริง อีกฝ่ายก็อาจจะไม่เปิดเผยออกไปก็ได้ กระทั่งอาจถึงขั้นพยายามช่วยปกปิดอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ! อย่างไรเสียหลินจือไปก็ไม่คิดจะปกปิดสถานะไปตลอดอยู่แล้ว ย่อมมีวันที่ต้องเปิดเผยความจริง ทั้งกับสามบริษัทยักษ์ใหญ่และท่านปู่แห่งคฤหาสน์ซีเฉิง
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปิด