าอีกแน่ๆ ใช่ไหม?
เถาเหยียนเหยียนเดาถูก แต่ก็ถูกเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง บทที่สองเล่าผ่านมุมมองของชายคนหนึ่งชื่อว่า คัตสึโร่
คัตสึโร่ก็เป็นคนในยุคเจ็ดศูนย์เช่นกัน เขามีความฝันด้านดนตรีมาตลอด แต่ญาติๆ กลับอยากให้เขารับช่วงกิจการร้านขายปลาของครอบครัว
เขาจึงเขียนจดหมายถึง ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ โดยหวังว่าจะได้รับความปลอบโยนและคำชี้แนะ
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ตอบจดหมายจะเหน็บแนมคัตสึโร่อย่างรุนแรง ใจความประมาณว่า
‘เพื่อนเอ๋ย ความกังวลของนายนี่มันหรูหราฟุ่มเฟือยจริงๆ มีธุรกิจที่บ้านก็ไม่คิดจะรับช่วงต่อ ดันอยากไล่ตามฝันเลื่อนลอยอะไรนั่น คนอย่างนายออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง ได้ลำบากลำบนสักหน่อยก็คงจะดีเหมือนกัน…’
เถาเหยียนเหยียนอ่านถึงตรงนี้ก็ขำออกมา น้ำเสียงในจดหมายตอบกลับนี่ ดูก็รู้เลยว่าต้องเป็นหัวขโมยสามคนนั้นแน่ๆ!
คัตสึโร่โกรธสุดกลั้น ตอบจดหมายกลับไปเถียงว่าพ่อแม่และครอบครัวต่างสนับสนุนตนมาตลอด หวังให้ตนยืนหยัดตามความฝัน แถมยังรู้สึกว่าคนที่ตอบจดหมายนั้นไร้มารยาทสุดๆ
ก็ไม่มีมารยาทจริงๆ นั่นแหละ ฝ่ายนั้นตอบกลับมาอีกครั้ง ยังคงด่ากราดคัตสึโร่เหมือนเดิม แต่ละประโยคเจ็บจี๊ดถึงใจ จนทำให้คัตสึโร่เงียบไปเลย
คัตสึโร่เริ่มคิดทบทวน แม้คนตอบจดหมายจะใช้วาจารุนแรงแต่ก็ไม่ได้พูดผิดนัก บางทีเขาอาจไม่มีพรสวรรค์ทางดนตรีจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ล้มเหลวแบบนี้จนถึงตอนนี้
‘เราพบกันสักครั้งได้ไหม?’ คัตสึโร่เขียน