อต้องการไม่ใช่คำแนะนำ แต่คือกำลังใจต่างหากละ”
คุณปู่นามิยะเขียนจดหมายตอบกลับไป ไม่นานหลังจากนั้น คุณปู่นามิยะต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
แต่กลับได้เห็นข่าวหนึ่งว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถพาเด็กไปฆ่าตัวตาย สุดท้ายแม่เสียชีวิต แต่เด็กรอดชีวิตมาได้
คุณปู่นามิยะช็อกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว! ผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่เคยปรึกษาเขาว่าควรจะเก็บเด็กไว้ดีหรือไม่!
ในเมื่อคลอดลูกออกมาแล้ว ทำไมถึงยังเลือกที่จะตายอีกละ? นามิยะเจ็บปวดและรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
จู่ๆ เขาก็เริ่มสงสัยว่าตลอดหลายปีที่ตอบจดหมายให้คำแนะนำ เขาให้คำแนะนำกับผู้คนอย่างผิดๆ ไปหรือเปล่า? เขาทำให้เรื่องแย่ลงมาตลอดเลยหรือเปล่า?
คุณปู่นามิยะขอร้องให้ลูกชายพาเขากลับไปที่ร้านชำ ลูกชายจนปัญญาจะขัดขืน จึงยอมทำตาม
ก่อนจะเข้าไปในร้านชำ นามิยะก็ยื่นพินัยกรรมฉบับหนึ่งให้ลูกชายดู ในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า
‘ร้านชำนามิยะจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในวันครบรอบสามสิบสามปีที่ฉันเสียชีวิต ดังนั้นฉันอยากจะถามทุกท่านที่เคยปรึกษาร้านชำแห่งนี้และได้รับจดหมายตอบกลับ ว่าในตอนนั้นจดหมายฉบับนั้นส่งผลอะไรต่อชีวิตของคุณบ้าง มันช่วยอะไรได้หรือไม่? เช่นเดียวกับในตอนนั้น โปรดหย่อนจดหมายลงในตู้ไปรษณีย์หน้าประตูม้วน ขอบคุณอย่างยิ่ง’
ในพินัยกรรม คุณปู่นามิยะได้ร้องขอว่าถ้าถึงตอนนั้นให้ลูกหลานประกาศข่าวการฟื้นคืนของร้านชำนามิยะให้คนอื่นๆ รู้ด้วย
ที่แท้คุณปู่น