ฮวาหรอก เมื่อวานก็กลับมาแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ของหายากอะไร เป็นเพียงดอกกุ้ย ข้าแค่เอาไปตากแห้งแล้วเอามาให้อีกครั้ง” กุ้ยฮวาเสิ่นเปิดผ้าคลุมบนตะกร้าให้หลี่ซื่อดู
“ในหมู่บ้านของพวกเขามีกุ้ยฮวาเยอะมาก ไม่เหมือนหมู่บ้านพวกเราที่มีเพียงสองสามต้น พอเก็บไปหมดก็ไม่มีแล้ว ภูเขาด้านหลังหมู่บ้านของพวกเขามีต้นใหญ่มากต้นหนึ่ง ใหญ่จนเก็บดอกกุ้ยไม่หมด”
“นั่นเป็นเรื่องที่ดี ดอกกุ้ยตากแห้งแล้ว ผสมดื่มกับชากลิ่นดอกไม้จะมีกลิ่นหอมมากทีเดียว” หลี่ซื่อรับไป และยิ้มตอบ “มากถึงเพียงนี้ ถึงเวลาจะให้พวกปาเม่ยเอาไปทำเครื่องประทินผิว หากใส่ไว้ในเครื่องประทินผิวก็จะมีกลิ่นหอมด้วย”
ปกติแล้วสกุลจูจะรับดอกไม้จากบ้านอื่นแต่พวกเขาจะจ่ายเงิน ทว่ากุ้ยฮวาเสิ่นผู้นี้เอามาส่งด้วยตัวเอง เช่นนั้นจึงเป็น ‘ของขวัญ’ ไม่สามารถจ่ายเงินได้
หลี่ซื่อให้กุ้ยฮวาเสิ่นนั่งลงก่อน นางเทของออกมาและคืนตะกร้าให้อีกฝ่ายไป
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่หลี่ซื่อจะคืนตะกร้าเปล่า ข้างในยังวางขนมเปี๊ยะมันเทศสองชิ้นที่เพิ่งทอดเมื่อเช้าไว้ด้วย
วิธีการทำสิ่งนี้ก็ง่าย ๆ เอาแป้งมันเทศที่ผสมกับน้ำเติมเกลือเล็กน้อย จากนั้นค่อยเอาลงไปทอดในกระทะทีละแผ่น จนได้ที่ทีละแผ่น ไม่ว่าจะนำไปใช้ทำกับข้าวหรือนำไปเป็นอาหารว่างก็ล้วนดีทั้งนั้น
ในการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา สิ่งที่สกุลจูขายได้มากที่สุดนอกจากแป้งมันเทศ ก็ยังมีขนมเปี๊ยะมันเทศด้วย
กุ้ยฮวาเสิ่นไม่จำเป็นต้องม