่ามีคนถือตะกร้ายืนอยู่หน้าประตูเรือน
เมื่อเปิดประตูก็เห็นว่า นี่คือกุ้ยฮวาเสิ่นที่เพิ่งมาเมื่อวันก่อนไม่ใช่หรือ?
สาเหตุที่เรียกว่ากุ้ยฮวาเสิ่นเพราะที่บ้านของนางมีผู้หญิงเกิดในช่วงที่ดอกกุ้ยกำลังบานสะพรั่งพอดี เป็นเรื่องบังเอิญเช่นกันที่ในยามนั้นสามีของนางกำลังยืนรอข่าวอยู่ที่ลานบ้าน เมื่อดอกกุ้ยดอกหนึ่งหล่นใส่หัวของเขา ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทันที
จากนั้นหมอตำแยก็ออกมา “ยินดีด้วย เป็นเด็กผู้หญิง!”
สามีของนางตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง “เด็กผู้หญิง เด็กผู้หญิงก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรก็มีลูกชายแล้ว จะได้มีทั้งลูกชายลูกสาวพอดี รวมกันก็เป็นคำที่ดี”
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าคำว่า ‘ดี’ เขียนอย่างไร แต่จะกี่มากน้อยก็ยังพอรู้ว่า ตัวอักษรซีกหนึ่งนั้นแทนลูกชาย และตัวอักษรอีกซีกหนึ่งแทนลูกสาว ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งอยากพูด
ดังนั้นชื่อของลูกสาวคนที่สองในสกุลจึงตั้งเป็น จูกุ้ยฮวา
จูกุ้ยฮวาแก่กว่าจูปาเม่ย และแต่งงานไปเมื่อปีที่แล้ว แต่งออกไปแล้วก็กลายเป็นคนของบ้านสามี ปกติแล้วจะพบนางแค่ครั้งเดียวช่วงตรุษจีน
ไม่ต้องพูดให้มากความ แต่ระยะนี้ผู้คนล้วนเห็นว่าหมู่บ้านสกุลจูนั้นสภาพดีขึ้น ถือเป็นเรื่องดีสำหรับนาง นางจึงถูกผลักดันให้กลับมาบ้านเดิมบ่อยครั้งเมื่อไม่มีอะไรทำ
ด้วยเหตุนี้ กุ้ยฮวาเสิ่นจึงรู้สึกขอบคุณสกุลจูมากเป็นพิเศษ นางใช้ประโยชน์จากเรื่องต้นกล้ามันเทศเพื่อไปที่บ้านสกุลจูอีกสองสามครั้ง
“นี่ไม่ใช่ของจากกุ้ย