ปแล้ว ข้างกายฉันเองก็มีคู่ชีวิตแล้ว สิ่งที่เสียดายคือความทรงจำ สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นความโศกเศร้าของการจากลา การได้พบหรือไม่พบเชื่อมโยงกันอย่างแยบยล สะท้อนความจริงและความลวง ถ่ายทอดความลังเลของจิตใจออกมาได้อย่างลึกซึ้ง
เวลานี้ โจวหานจิ้นพูดขึ้นมากะทันหันว่า “จังหวะกลองแน่นมาก”
หลี่เซียวถึงกับทำหน้าไม่ถูก หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ตนกำลังอินกับเนื้อหาของเพลงนี้อย่างลึกซึ้ง แต่โจวหานจิ้นกลับสนใจว่าเพลงนี้ใช้เครื่องดนตรีอะไรเรียบเรียง เพลงโบราณฟังกันที่อารมณ์ความรู้สึก แต่ผู้ชายคนนี้ดันไม่เข้าใจอารมณ์ของมันเอาเสียเลย
“นายไม่คิดว่าเนื้อเพลงนี้เขียนได้ดีกว่า “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” เหรอ หรือว่านายไม่เห็นการออกแบบเนื้อร้องที่แยบยลในเพลงนี้?” หลี่เซียวถาม
โจวหานจิ้นพยักหน้า
“รู้สึกเหมือนเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของ “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ไม่ว่าจะเป็นการเรียบเรียงดนตรีหรือเนื้อเพลงก็พัฒนาไปอีกขั้น อย่างที่ฉันบอกไปว่าจังหวะกลองแน่นมาก นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เพลงฟังติดหู เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้สัมผัสถึงจังหวะได้ชัดเจนขึ้น…”
“ฉันหมายถึงเนื้อเพลง!”
“เนื้อเพลงก็ดีนะ “ทอดถอนใจครานั้นนึกเห็นเพียงธรรมดา” ประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้งทีเดียว”
“ถือว่ายังพอมีหวัง”
ประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้งจริงๆ แทบจะเป็นภาษากวี หรืออาจกล่าวได้ว่าเพลงทั้งเพลงนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบทกวี
เพียงแต่พวกเขาทั้งสองไม่รู้