ึกษาในไร่ได้หรือไม่
นอกจากนี้ เมื่อถึงเวลาที่ครอบครัวใดจะปลูก ก็จะให้ลูกชายหรือลูกสะใภ้ในบ้านไปคอย ‘ชี้แนะ’ เพื่อช่วยเหลือด้วย
เมื่อมาเรียนรู้ในไร่ก็จะได้ช่วยคนสกุลจูดึงเส้นแบ่งพื้นที่ ปักต้นกล้ามันเทศลงไปสองสามต้น เช่นนั้นก็เรียบร้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นในขณะที่คนกำลังยุ่งกับการทำงาน เจ้าจะยืนมองอยู่เฉย ๆ หรือ?
เช่นนั้นคงไม่เข้าท่านัก
ยิ่งไปกว่านั้น เย่อวี๋หรานยังอยู่ข้างไร่ แม้จะเพียงแค่แสดงแผนให้เห็นอย่างเรียบง่าย แต่ก็ยังลงมือช่วยอยู่บ้าง
เพราะต้นกล้ามันเทศมีจำนวนจำกัด ปริมาณการปลูกในครั้งนี้จึงไม่สู้ครั้งก่อน เพียงวันสองวันก็ทำงานเสร็จแล้ว
แน่นอนว่า ‘คนยิ่งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็ยิ่งมีพลัง’ จึงลงมือเร็วยิ่งขึ้น
ทักษะในการตีเส้นแบ่งพื้นที่ ทักษะการขุดหลุม และทักษะการฝังดินนั้นแตกต่างกัน ทุกคนล้วนรู้สึกว่าตัวเองต้องจริงจังให้มาก เพราะกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรพลาดไป เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วผลผลิตจะออกมาไม่ดี
หลังเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นการปลูกมันเทศ ทั้งหมู่บ้านสกุลจูก็ยุ่งอยู่กับงาน
ระหว่างนั้น หลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ร่วงที่แสนวุ่นวาย จูชีก็พาต้าเป่าและเอ้อร์เป่าไปขอลาหยุดกลับมาครั้งหนึ่ง
ใช้คำพูดของเย่อวี๋หรานว่า “ในฐานะชาวนาจะไม่รู้วิธีเพาะปลูกได้อย่างไร? ช่วงที่ครอบครัวกำลังยุ่งกับการเพาะปลูก นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่จะได้กลับมาเรียนรู้งานเพาะปลูก”
นางไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถ