ินโสวจัวกันทั้งนั้น
ทุกคนน่าจะเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองคือตัวเอกของโลกใบนี้
โลกใบนี้ดำรงอยู่และหมุนไปได้เพราะตัวเรา การรับรู้แบบนี้มักพังทลายลงหลังเจอเหตุการณ์ที่เราไม่อาจควบคุมได้
ผู้ชมใต้เวทีค่อยๆ เงียบลง
ไม่มีใครกระซิบคุยกันอีกต่อไป เพียงแค่จับจ้องไปยังร่างบนเวทีและฟังเพลงที่แตกต่างจากเพลงก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“คนอย่างฉันที่สับสนคนอย่างฉันที่ตามหาคนอย่างฉันที่ใช้ชีวิตไร้ความสำเร็จเธอพบคนแบบนี้มากมายเท่าไหร่…”
ฟังเสียงเพลงไป อ่านเนื้อร้องไป หัวใจของผู้ชมก็ถูกสะกิดทีละเล็กทีละน้อย
ถ้าก่อนหน้านี้ทุกคนได้ฟังเสียงสูงทรงพลังกันมามากมายจนจมอยู่ในอารมณ์ฮึกเหิม
เพลงนี้ก็ใช้ความเรียบง่ายที่ตรงไปตรงมาดึงทุกคนกลับสู่ความเป็นจริง
ใช่แล้ว พวกเราส่วนใหญ่ต่างก็สับสนและใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย พยายามหนีจากสภาพนี้แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหน
โดยเฉพาะผู้ชมที่ยังอายุน้อย หลายคนอาจเพิ่งเดินออกจากรั้วโรงเรียน หรือกำลังจะจบมหาวิทยาลัย
พอลาจากหอคอยงาช้างแห่งวัยเรียนแล้ว หนทางต่อไปข้างหน้าอยู่ที่ไหนกัน?
เมื่อเข้าใจเนื้อเพลง ก็เริ่มตระหนักได้ว่าตัวเองเริ่มกลายเป็นคนโลกสวยน้อยลง
ความรู้สึกว่าตัวเองกลืนหายไปท่ามกลางผู้คน แม้แต่คนที่ปล่อยวางที่สุดก็ยังอดรู้สึกเสียดายไม่ได้ใช่ไหม?
“คนอย่างฉันที่ธรรมดาสามัญไม่เคยชอบเสแสร้งทำตัวลึกซึ้งแต่ทำไมเมื่อได้ยินเพลงเก่าจู่ๆ ก็เผลอใจล่องลอยไป…”
เมื่อเพลงร้องมาถึงท